องค์การยูนิเซฟเตรียมส่งมอบน้ำยาตรวจโควิด-19 มูลค่า 5 ล้านบาทแก่สถาบันบำราศนราดูร สังกัดกรมควบคุมโรค เพื่อช่วยสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งสถาบันบำราศราดูรสามารถใช้น้ำยาตรวจโควิด-19 สำหรับเครื่องอัตโนมัติ ช่วยตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเครื่องตรวจระบบอัตโนมัติของทางสถาบันฯ สามารถรองรับการตรวจได้มากถึง 1,440 ตัวอย่างภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าการตรวจแบบธรรมดามาก
โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “การตรวจหาเชื้อที่รวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เราเข้าใจอัตราการแพร่ระบาดได้ดีขึ้น ยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการเพิ่มกำลังการตรวจหาเชื้อและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และพร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจสังคมที่เด็กๆ และครอบครัวกำลังต้องเผชิญอยู่”
นอกจากการจัดหาและส่งมอบชุดตรวจโควิด-19 แล้ว ยูนิเซฟยังได้ร่วมมือกับรัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจและหน่วยงานสหประชาชาติอื่นๆ ในการต่อสู้กับโควิด-19 ในด้านต่าง ๆ เช่น
- ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย จัดส่งสบู่และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกว่า 150,000 ชิ้นให้แก่เด็กและเยาวชนที่เปราะบางทั่วประเทศ
- เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องในการป้องกันตนเองและการดูแลจิตใจตนเองแก่เด็กและครอบครัวผ่านสื่อต่าง ๆ
- สนับสนุนและเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพและสุขอนามัยแก่ชุมชนแรงงานข้ามชาติใน 18 จังหวัด
- สำรวจและวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเด็กและเยาวชน รวมถึงกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
- จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองทางสังคมแก่กลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุด
- จัดซื้อเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรดแก่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับโรงเรียนเพื่อป้องกันโควิด-19 เพื่อเตรียมการเปิดภาคเรียนในไม่กี่เดือนข้างหน้า