ภายหลัง 3 องค์กรด้านตลาดแรงงานระดับโลก ประกอบด้วย บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กับ อเด็คโก้ กรุ๊ป และบริษัท รันด์สตัด (Randstad NV) ได้ร่วมลงนามประกาศความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมสำหรับการกำหนดมาตรฐานใหม่ในสถานที่ทำงานหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ส่งผลภาคธุรกิจอยู่ในภาวะล็อกดาวน์มากว่า 3 เดือนล่าสุดแมนพาวเวอร์กรุ๊ปและพันธมิตรเดินหน้าผลักดันมาตรฐานการปฏิบัติงานของแรงงานให้มีความปลอดภัยสูงสุดในยุคNew Normal ให้เกิดเป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนและพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เสริมภูมิแรงงานทั่วโลกรับมือไวรัสบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมระดับโลกเปิดเผยว่า จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลในการเตรียมความพร้อมขององค์กรธุรกิจและภาคแรงงาน ในการกลับมาทำงานอย่างปลอดภัยท่ามกลางความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) โดยมีการจำกัดความหมายรูปแบบใหม่นี้ว่าเป็นการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะเป็นเรื่องปกตินับต่อจากนี้ไป ภายหลังทั่วโลกเกิดวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาและส่งผลต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและตลาดแรงงานทั่วโลกอยู่ในภาวะล็อคดาวน์ยาวนานในหลายอุตสาหกรรมและหลายประเทศทั่วโลก นับเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับทุกคนและเศรษฐกิจทั่วโลก โดยรัฐบาลแต่ละประเทศได้กำหนดมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและแรงงานทั่วโลกทั้งนี้กลุ่มธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่มีความพยายามต่อสู้อย่างหนักเพื่อเอาตัวรอดในภาวะวิกฤตนี้ มีผู้คนจำนวนมากกำลังจะตกงานและเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเงิน ปัจจุบันยังไม่มีวี่แววว่าโรคระบาดครั้งนี้จะจบลงในเร็ววันนี้และมีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างนานไปอีกหลายปี แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในวันนี้คือ โลกของการทำงานจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเพื่อจำกัดภาวะการถดถอยทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อความสามารถในการหาเลี้ยงชีพของคน ตลาดแรงงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ได้โดยเร็ว ความปกติในรูปแบบใหม่ที่มีการเว้นระยะห่างทางกายภาพ (มีความหมายเหมือนกับการเว้นระยะห่างทางสังคมตามวัตถุประสงค์ของรายงานฉบับนี้) และมาตรการที่เข้มงวดอื่นๆ จะกลายเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการในที่ทำงานทั้งหมดสำหรับระยะเวลาที่กำลังจะมาถึงนี้ พร้อมยังได้รวมการเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานซึ่งครอบคลุมการทำงานทางไกลด้วยดังนั้นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ การเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้คนกลับมาทำงานอย่างรวดเร็วและปลอดภัยเมื่อถึงเวลาเหมาะสม
ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ การประมาณการสำหรับเศรษฐกิจของเยอรมนีบ่งชี้ว่าถ้ามีการล็อคดาวน์เพิ่มหนึ่งสัปดาห์จีดีพีจะลดราว 0.5% ต่อปี ซึ่งหมายถึงจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นและคนงานจะขาดรายได้ จำนวนมาก จังหวะเวลาจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและภาคส่วน ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการเรียนรู้จากลำดับขั้นของโรคระบาดทั่วโลกในส่วนการจัดระเบียบและทำให้คนกลับมาทำงานอย่างปลอดภัยหลังจากโรคระบาดหยุดชะงักลงเป็นความท้าทายที่สำคัญยิ่ง การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อระลอกสองเป็นข้อพิจารณาสำคัญประการหนึ่ง ความร่วมมือและการประสานงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่นายจ้างและรัฐบาลไปจนถึงสหภาพแรงงาน สถาบันและรวมถึงลูกจ้างเองด้วย เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความปกติในรูปแบบใหม่ในการทำงาน เพื่อความแน่นอนและปลอดภัย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องร่วมแบ่งปันวิธีการปฏิบัติที่ได้ผลระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมต่างๆ และต้องสร้างช่องทางใหม่ๆ เพื่อการดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากไม่มีกระบวนการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว ผู้คนแรงงานอาจจะกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองเมื่อต้องกลับมาทำงาน รวมทั้งภาคธุรกิจ ร้านค้าอาจจะเกิดความลังเลที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งด้วย
ด้วยความตระหนักในเรื่องเร่งด่วนนี้ อุตสาหกรรมที่ให้บริการเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ 3 องค์กรชั้นนำระดับโลกประกอบด้วย บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป, อเด็คโก้ กรุ๊ป และบริษัท รันด์สตัด (Randstad NV) ร่วมลงนามประกาศความร่วมมือสู่การเตรียมความพร้อมสำหรับการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในสถานที่ทำงานหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19นับเป็นการผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญจาก 3 องค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์และผู้เชี่ยวชาญในตลาดแรงงานชั้นนำระดับโลก เพื่อช่วยให้บริษัทและพนักงานสามารถกลับมาปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ในฐานะนายจ้างภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดแรงงานระดับโลก 3 องค์กรมีความพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะร่วมกันสนับสนุนกระบวนการในการเตรียมความพร้อมสำหรับความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) และเร่งให้แรงงานกับมาทำงานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ กลุ่มนายจ้าง สหภาพการค้า และองค์กรเอกชนทั้งหมดจะได้รับคำเชิญให้เข้ามาร่วมมือกัน พร้อมให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนการดำเนินการสร้างมาตรฐานครั้งนี้
ภาพรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ได้ส่งผลและสร้างความเสียหายให้กับหลายประเทศ ข้อมูลระบุว่า ชาวอเมริกัน 3.3 ล้านคน ยื่นขอรับเงินชดเชยการว่างงานเมื่อสัปดาห์ที่สามของเดือน มีนาคม และมีการยื่นขอเพิ่มอีก 6.9 ล้านคนในสัปดาห์ถัดมา ตามด้วย 6.6 ล้านคนของต้นเดือนเมษายน (4 เม.ย) ที่ผ่านมาสถิติการยื่นขอเงินชดเชยก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ปี 2525 มีการยื่นชดเชยต่อสัปดาห์สูงสุดอยู่ที่ 6.9 แสนราย นับเป็นตัวเลขสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้จากการใช้มาตรการล็อคดาวน์บางส่วนหรือเต็มรูปแบบในหลายประเทศกำลังส่งผลกระทบกับแรงงานเกือบ 2.7 พันล้านคน หรือ 81% ของแรงงานทั่วโลกและองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) มีการคาดการณ์ว่าในไตรมาส 2 ปีนี้จะมีคนตกงานทั่วโลก 195 ล้าคน เฉพาะในยุโรปมีคนตกงาน 12 ล้านคน
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป หนึ่งในองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและตลาดแรงงานระดับโลก ขอมีบทบาทสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์ในการร่วมจัดระเบียบการกลับมาทำงานอย่างปลอดภัย โดยยึดแนวทางการปฏิบัติเน้นด้านสุขภาพและความปลอดภัยจะต้องได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการเว้นระยะห่างทางกายภาพ” ชั่วคราว นานาประเทศ ภาคส่วนต่างๆ และภาคธุรกิจควรต่อยอดวิธีปฏิบัติที่ดีที่มีอยู่แล้วแบ่งปันไปทั่วโลก อุตสาหกรรมบริการด้านทรัพยากรมนุษย์พร้อมที่จะช่วยเหลือในการจัดการและทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น
นอกจากนี้อุตสาหกรรมบริการด้านทรัพยากรมนุษย์สามารถช่วยได้อย่างไร ในส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมบริการด้านทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมบริการด้านทรัพยากรมนุษย์บทบาทสำคัญ โดยจะต้องสามารถทำงานเชิงรุกทั่วทั้งประเทศและทุกภาคส่วน ทำงานให้ทั้งกิจการขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก ดังนั้นจึงสามารถสนับสนุนวิธีปฏิบัติที่ดีของประเทศแรกๆ ที่เปลี่ยนแนวทางใหม่ และภาคส่วนที่ยังเปิดอยู่ ส่งเสริมความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการตลาดและแรงงานในภาคส่วนของบริษัท พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพราะจะเข้าใจปัญหาและความท้าทายที่แต่ละฝ่ายต้องเผชิญ โดยทำเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายมีเครือข่ายขนาดใหญ่โยงทั่วโลกซึ่งครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว ในการช่วยเหลือ ทั้งนี้ยังมีประสบการณ์ในการจัดการและดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพและความปลอดภัย โดยทำงานใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยท้องถิ่น สุดท้ายเป็นที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการจัดการแรงงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งมีความสำคัญในการดำเนินการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางกายภาพ
พร้อมกันนี้ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญในตลาดแรงงานขอนำเสนอคำแนะนำให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อสนับสนุนการกลับไปทำงานอย่างปลอดภัย ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนายจ้างและลูกจ้าง ผู้ให้บริการด้านทรัพยากรมนุษย์ได้บูรณาการการทำงานในสถาการณ์การแพร่ระบาดโวรัสโคโรน่า (COVID-19) ให้เข้ากับแนวทางการปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัย
แมนพาวเวอร์กรุ๊ปในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยของรัฐบาล อาทิ OSHA และ NIOSH ในสหรัฐอเมริกา พัฒนาแนวทางการปฏิบัติเดียวกันที่มีรากฐานมาจากระบบบริหารความปลอดภัยสามารถนำมาดัดแปลงเพื่อการบูรณาการด้านอื่นๆ ที่มีอิทธิพลอย่างมาก เช่น การป้องกันโควิด-19 การฟื้นฟูทางยุทธศาสตร์ ในการกำหนดระดับของความเสี่ยงและหาวิธีการที่ถูกต้องในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง สามารถนำลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย(Hierarchy of Controls) ฉบับดัดแปลงของสถาบันชีวอนามัยและคามปลอดภัยแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIOSH) มาใช้ได้ (ภาพประกอบด้านล่าง)