Mukesh Dhirubhai Ambani หรือ “มูเกช อัมบานี” จำชื่อนี้ของเขาไว้ให้ดี เพราะต่อไปนี้เขาจะเป็นคนที่ทั่วโลกพูดถึงบ่อยไม่แพ้ บิล เกตส์, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก, แจ๊ค หม่า และเจฟ เบซอส เพราะตอนนี้เขากำลังสร้างธุรกิจในอาณาจักรของเขาให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกแห่งต่อไป
มูเกช เป็นประธานบริษัท Reliance Industries ซึ่งทำธุรกิจสิ่งทอ พลังงานปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติมาก่อนที่จะขยายสู่ธุรกิจโทรคมนาคม และเขากำลังวางเส้นทางใหม่ให้กับ Reliance Industries ด้วยการผันธุรกิจพลังงานเป็นบริษัทเทคโนโลยี
แล้วเส้นทางของบริษัทเทคโนโลยีนี้ก็เริ่มมาจากบริษัทโทรคมนาคมที่มีชื่อว่า Jio Platforms ที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับตลาดโทรคมนาคมในอินเดีย หลังเปิดตัวบริการโทรศัพท์ 4G Jio ได้ไม่กี่ปีก็มีลูกค้ามากกว่า 380 ล้านคน สร้างกำไรให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำ กลายเป็นบริษัทไอทีที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และเป็นธุรกิจที่มีส่วนผลักดันให้ มูเกช เป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 16 ของโลก ด้วยทรัพย์สินทั้งหมด 53.3 พันล้านเหรียญสหรัฐจากข้อมูลล่าสุดของ Forbes
ไม่นานนับจากนี้ไป Jio Platforms นี่แหละที่ มูเกช กำลังสร้างให้เป็นยักษ์ใหญ่ไอทีตัวต่อไปในระดับเดียวกับ Google, Amazon, Alibaba และ Tencent
หากตรวจสอบความพร้อมแล้ว Jio Platforms ใกล้ที่จะมีคุณสมบัติการเป็นไอทียักษ์ใหญ่ ด้วยศักยภาพของแอพพลิเคชั่นที่มี Ecosystem บริการครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่ช้อปปิ้งออนไลน์ วิดีโอสตรีมมิ่ง และเป็นเจ้าของโครงข่ายคลื่นโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย
แต่ มูเกช ต้องการให้ Jio Platforms เป็นซูเปอร์แอพสำหรับชาวอินเดียทุกคนใช้งานได้ทุกอย่าง อาทิ โมบายแบงกิ้ง ส่งข้อความแชต และโซเชียลมีเดีย
การจะเป็นแบบนั้นได้ เขาต้องให้บริษัทในซิลิคอน วัลเลย์เข้าถือหุ้นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาพยายามอย่างหนักในการระดมทุนในช่วงเดือนที่ผ่านมา และก็ประสบความสำเร็จมากซะด้วย
เชื่อไหมว่าเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว เขาสามารถระดมทุนให้กับ Jio Platforms ได้มากถึง 8.8 พันล้านเหรียญ หลังปิดดีลมูลค่ามหาศาลได้ถึง 4 ดีล ได้แก่
General Atlantic ลงทุน 870 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้าถือหุ้น 1.3% ใน Jio Platforms
Silver Lake Partners ลงทุน 748 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือหุ้นมากกว่า 1%
Vista Equity Partners ลงทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือหุ้น 2.3%
ที่สร้างความฮือฮาที่สุดก็คือ Facebook ลงทุน 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อถือหุ้น Jio Platforms 10% โดยการจับมือกับ Facebook ในครั้งนี้จะเป็นกุญแจไขประตูไปสู่การเป็นซูเปอร์แอพให้กับ Jio Platforms ไม่ต่างไปจากที่ Tencent ได้สร้างให้ WeChat เป็นทุกอย่างของคนจีนมาแล้ว เพียงแต่ Jio Platforms มีแต้มต่อที่เหนือกว่า Tencent ตรงที่ Jio Platforms ยังเป็นเจ้าของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ดังนั้นเมื่อบริการใหม่ๆ ถูกแนะนำออกสู่ตลาดเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ Jio Platforms มีอิทธิพลต่อชาวอินเดียเพิ่มมากขึ้น
โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์จะเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกที่ Jio Platforms บุกตลาดเต็มตัว เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วน 70% ของค้าปลีกอินเดีย และมากกว่า 90% ของตลาดถูกขับเคลื่อนโดยร้านโชวห่วย หรือ Kirana ในภาษาอินเดีย แล้วตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในอินเดียมีขนาดที่ใหญ่มากๆ จากการสำรวจในปี 2018 มีมูลค่า 6.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025
ปลายปีที่แล้ว Jio Platforms ได้เปิดตัว Jio Mart โดยชักชวนร้าน Kirana กว่า 30 แห่งเข้าร่วมในแพลตฟอร์ม และจำนวนร้าน Kirana ในระบบก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง Covid-19 ในขณะเดียวกัน WhatsApp จะเป็นตัวเร่งให้ช้อปปิ้งออนไลน์จุดติดไว้ขึ้น เพราะมีคนใช้ WhatsApp ในอินเดียมากกว่า 400 ล้านคน และมักจะซื้อสินค้าและบริการผ่านแอพนี้มากกว่า โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ที่คนอินเดียไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ FlipKart (ภายหลัง Walmart ซื้อกิจการแล้ว) ได้เนื่องจากถูกคำสั่งห้ามจากทางการ แต่สำหรับร้าน Kirana ไม่ถูกสั่งห้าม ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อออนไลน์จากร้าน Kirana ที่อยู่ในระบบ Jio Platforms มากกว่า