สำหรับเทรนด์ที่สามคือ ปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงาน (Operation Expenditures – OPEX) ที่ลดลงจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ 5G สู่ความสำเร็จขั้นตอนการติดตั้งไซต์ที่สะดวกและง่ายจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ให้บริการเครือข่าย นอกจากนี้ เทคโนโลยีการเข้าถึงคลื่นวิทยุแบบอเนกประสงค์และการประสานการใช้งานแถบความถี่ต่างๆ ยังช่วยปรับปรุงเครือข่าย O&M และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งการหยุดให้บริการเครือข่าย2G และ 3G (มีเครือข่ายทั่วโลก 17 เครือข่ายที่ได้สิ้นสุดการให้บริการแล้ว และอีก 12 เครือข่ายกำลังจะปิดตัว)จะทำให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (operator) ลดค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานในขั้นตั้น
“จากมุมมองด้านการปฏิบัติการ เครือข่าย 4G มอบประสบการณ์ด้านการสื่อสารความเร็วสูงบนโทรศัพท์มือถือสำหรับให้กับผู้บริโภครายบุคคลเป็นหลัก ในขณะที่เครือข่าย 5G จะช่วยยกระดับขึ้นไปอีกขั้นของการให้บริการด้านความเร็วสูงบนโทรศัพท์มือถือรายบุคคล พร้อมทั้งยังผสานรวมการสื่อสารไร้สายในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมให้เป็นรูปแบบดิจิทัล (digitization) และสร้างโลกแห่งการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ ตัวอย่างการใช้งานเครือข่าย 5G ที่โดดเด่น เช่น การขับขี่แบบอัตโนมัติ โรงงานอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ทางไกล”นายหลินกล่าวเพิ่มเติม
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ถึงปี พ.ศ. 2562 การลงทุนของหัวเว่ยในด้านเครือข่าย 5G (ไม่นับรวมถึงอุปกรณ์ 5G) มีมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหัวเว่ยได้วางมาตรฐาน 9 ประการสำหรับเครือข่าย 5G รวมถึงศูนย์วิจัยทั่วโลกซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 500 คนที่คอยกำหนดมาตรฐานต่างๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ยังมีตำแหน่งหน้าที่ในการวางมาตรฐานให้องค์กรต่างๆ กว่า 100 แห่ง นอกจากนี้หัวเว่ยได้เริ่มการวิจัยด้าน 5G ในปี พ.ศ. 2552 และส่งผลงานกว่า 23,600 รายการให้แก่กลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (3GPP) โดยหัวเว่ยครอบครองกลุ่มสิทธิบัตรด้านเครือข่าย 5G กว่า 3,367 รายการ ซึ่งนับเป็น 20% ของสิทธิบัตร 5G ทั้งหมด และครองอันดับ 1 ในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายเครือข่ายสัญญาณด้วยกัน
ทั้งนี้โถงนิทรรศการ 5GHuawei Galileo Hall ได้รับการตั้งชื่อตามกาลิเลโอ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม“บิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่” ที่ค้นพบจักรวาลที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน หัวเว่ยได้เริ่มต้นการเดินทางเพื่อสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยี 5G เมื่อสิบปีที่แล้ว โถงนิทรรศการ 5G ของหัวเว่ย จึงถูกตั้งชื่อตามกาลิเลโอ เพื่อยกย่องผู้บุกเบิกในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสานต่ออัจฉริยภาพนี้