นายสมชัย กล่าวต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส เราได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ อสม. ทุกพื้นที่ เพื่อจะทำให้การทำงานอาสาสมัครมีความสะดวก สบาย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์เสมอ จึงเกิดเป็นแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ขึ้น ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากรูปแบบกระดาษมาเป็นออนไลน์ 100% ทั้งการสนทนา การส่งรายงานประจำเดือน ก็สามารถทำผ่านแอปฯ ได้ทันที รวมถึงในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ เราก็มีอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมา อาทิ รายงานลูกน้ำยุงลาย และ คัดกรองและติดตาม COVID-19 นอกจากนี้เรายังได้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ อสม. ด้วยมอบซิมพิเศษ “ซิมฮีโร่” และประกันภัยโควิด-19 เพื่อให้พี่ๆ อสม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น”
ด้าน นางสาวฉวีวรรณ พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้ กล่าวว่า “แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน เป็นพันธกิจหลักที่ อสม. ทุกคนยึดถือและปฏิบัติตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ปฏิบัติงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ตรวจสารพิษ เช็กแหล่งน้ำขังแต่ละครัวเรือน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากชาวบ้านในชุมชน โดย ล่าสุดกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ อสม. เสม็ดใต้ เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ประกอบกับจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีมากกว่า 1 พันครัวเรือน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม รวมไปถึงการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นตรวจสอบประชาชนที่เดินทางเข้าพื้นที่แบบ 100% โดยยึดหลักจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพและแสดงใบรับรองแพทย์ พร้อมทั้งมีการติดตามบ้านเรือนที่ต้อนรับประชาชนต่างถิ่นอย่างใกล้ชิด ทำให้ที่ผ่านมามียอดติดเชื้อสะสมเพียง 21 ราย ถือเป็นผลงานของชาวฉะเชิงเทราทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19 กันอย่างเต็มที่อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และมาตรการเปิดเมืองที่ทยอยดำเนินการ อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดรอบ 2 ดังนั้นพวกเราจึงขอยืนยันว่า จะเป็นเครือข่ายเชิงรุกที่แข็งแรง เพื่อให้พื้นที่นี้ปลอดการระบาดจากโควิด-19 ได้แบบ 100% อย่างแท้จริงตลอดไป”
ในขณะที่ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเสริมว่า "ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทราที่ดูแลและเฝ้าระวังโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง กองกำลังสำคัญที่ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราสามารถควบคุม และยับยั้งไม่ให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ก็คือเหล่า อสม. ที่ประจำอยู่แต่ละหมู่บ้าน ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ในการตรวจตรา เฝ้าระวัง ให้คำแนะนำผู้ที่มาจากต่างประเทศหรือต่างถิ่น พร้อมทั้งกับทำรายงานสรุปทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลาง ทำให้ทางจังหวัดสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในระดับชุมชนได้อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที
ในสถานการณ์ปกติ อสม. ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาวะอนามัยของคนในชุมชน คอยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูแลให้คำปรึกษา รวมไปถึงทำหน้าเป็นตัวกลางระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานของภาครัฐ การที่เอไอเอสได้เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของ อสม. ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และช่วยยกระดับงานสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เพราะการที่เรามีบุคลากรที่ขยันขันแข็ง ประกอบเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย จะช่วยทำให้การปฏิบัติราบรื่นมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ดูแล ฟื้นฟูรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม และขอบคุณเอไอเอส ที่สนับสนุนนวัตกรรมด้านสาธารณสุขที่ทำให้การทำงานสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น”
ในโอกาสนี้ เอไอเอส ยังได้สนับสนุนห้องผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Room) เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษ ที่ติดตั้งในห้องพักผู้ป่วยแยกโรคที่มีการติดเชื้อแบบ Airborne เช่น โควิด-19 วัณโรค ซาร์ส อีโบล่า ไข้หวัดใหญ่ และหัดเยอรมัน เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลพุทธโสธรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย