“ที่ผ่านมาได้ทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัยอย่างรอบด้าน จึงเป็นที่มาของการผลิตหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป โดย ได้ใช้นวัตกรรมการผลิตที่เป็นมาตรฐานระดับโลก ซึ่งมีชิ้นส่วนที่สำคัญของหน้ากากอนามัยคือไส้กรองจากผ้าเมลต์โบลน (Meltblown) ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถกรองอนุภาคเล็กขนาดนาโน เล็กกว่า ไมครอน เชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้ แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ยังซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีเบื้องต้นเราเลือกสรรมาแล้วอย่างดีที่สุด เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคชาว ไทย”
คำถามต่อมาก็คือ ว่าการผลิตหน้ากากอนามัยทั่วไปจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิตมากขนาดไหน คำตอบ อยู่ที่ไส้กรองที่เป็นผ้า Meltblown ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่จะวัดว่าหน้ากากอนามัยนั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่ โดยในช่วงแรก มิสลิลลี่จะนำเข้าผ้า Meltblown จากต่างประเทศมาผลิตก่อน ในระหว่างนี้จึงอยู่ในขั้นทดลองการผลิตผ้า Meltblown เอง ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่อาศัยเทคโนโลยี หลังจากนั้นจะต่อยอดขยายเข้าไปในอุตสาหกรรมการแพทย์
ปัจจุบัน มิสลิลลี่ได้ทำการติดตั้งเครื่องผลิตหน้ากากอนามัยแบบทั่วไปแล้วจำนวน 1 เครื่องมีกำลังการผลิตวันละ 100,000 ชิ้น โดยเฟสแรกนี้จะเปิดให้สั่งจองเพื่อนำไปจำหน่ายได้ปลายเดือนมิถุนายนนี้ และในอนาคตปลายไตรมาส 3 คาดว่าจะสามารถติดตั้งและเดินเครื่องผลิตได้ครบ 4 เครื่อง เมื่อผลิตเต็มกำลังก็จะสามารถผลิตหน้ากากได้วันละไม่น้อย กว่า 400,000 ชิ้น ซึ่งรวมเงินลงทุนเงินในการซื้อเครื่องจักร วัตถุดิบ และเงินหมุนเวียน ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งจำนวน นี้ไม่รวมอาคารสถานที่
สำหรับหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป “มิสลิลลี่” นี้ได้ตั้งเป้าหมายวางจำหน่ายทุกช่องทาง เช่น ร้านค้าทั่วไป ร้านขายของชำ ร้านขายยา เป็นต้น ซึ่งมิสลิลลี่เองอยากให้หน้ากากอนามัยแบบทั่วไป ของเราได้กระจายสู่ผู้บริโภคให้ ได้ใช้อย่างทั่วถึง ดังนั้นราคาขายปลีกอยู่ที่ชิ้นละ 7 บาท
นอกจากธุรกิจผลิตหน้ากากอนามัยแบบทั่วไปแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมา มิสลิลลี่ยังได้วางรากฐานธุรกิจอาหาร พร้อมปรุงอีกด้วยภายใต้ “แบรนด์มิสลิลลี่” เช่นกัน โดยมีอาหารให้เลือกมากกว่า 100 เมนู ราคาตั้งแต่ 10-1,000 บาท ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานหลังจากนี้