ที่ผ่านมา SEAC มุ่งมั่นให้คนไทยสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการ “ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และ SEAC เพื่อส่งเสริมการเรียน รู้ตลอดชีวิต” นั้น SEAC ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาขีดความสามารถคนไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา หรือจะเป็นกลุ่มบุคลากรในภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม รวมถึงบุคคลทั่วไปที่จะมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตในโครงการนี้
คุณอริญญา กล่าวเสริมว่า SEAC ยินดีที่จะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะการสอนที่ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน เพื่อร่วมสร้างและพัฒนานักวิจัยไทย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) อาจารย์เกื้อหนุนสาขาวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist Facilitator) ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มอาชีพที่สำคัญต่อโลกอนาคต และมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่ออัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้มีศักยภาพ และคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล
“นอกจากเราจะมุ่งพัฒนาคนไทยแล้ว เรายังมีแผนจะร่วมมือกันเดินหน้าเพื่อขยายฐานผู้เรียนไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย”
สำหรับความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันระหว่าง มจธ. และ SEAC ครั้งนี้ มีขอบเขตภายใต้โครงการ “สร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” เป็นระยะเวลา 3 ปี ระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2566 โดยปีแรกจะมีโครงการนำร่องภายในประเทศ
อาทิ ร่วมมือกันออกแบบคอร์สเพื่อสร้างกลุ่มอาชีพใหม่ป้อนภาคการศึกษา ได้แก่ Online Instructional Designer (นักออกแบบการสอนแบบออนไลน์), Virtual Learning Facilitator (อาจารย์เกื้อหนุนสำหรับการเรียนแบบออนไลน์) และ Data Scientist Facilitator (อาจารย์เกื้อหนุนด้าน Data Science)
นอกจากนี้ ยังมีแผนการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรด้าน Business Mindset ให้กับบุคลากรสายวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ซึ่งทักษะและแนวคิดด้านธุรกิจเป็นส่วนสำคัญที่ควรถูกเติมเต็มให้กับกลุ่มบุคลากรสายนี้ อีกทั้งยังมีแผนการใช้หลักสูตรออนไลน์สำหรับจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจัดการห้องเรียนภายใต้นโยบาย Social Distancing เป็นต้น
สำหรับปีต่อๆ ไป ทั้ง มจธ. และ SEAC มีแผนบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดเส้นแบ่งเขตแดนของการศึกษาและแรงงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของกำลังคนให้มีคุณภาพทัดเทียมกัน เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในภูมิภาค และจะแสวงหาความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำของโลกต่อไป
Collaboration เพื่อสร้าง “กำลังคนคุณภาพ”
การร่วมมือครั้งนี้ SEAC ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและยกระดับความรู้ความสามารถคนไทยทุกระดับ ต่อยอดทักษะให้กับคนทุกกลุ่มอายุ ให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่นและตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มขีดความสามารถประเทศไทยให้ก้าวสู่อันดับต้นๆ ของภูมิภาค
คุณอริญญา มองว่า สิ่งที่ทาง มจธ. และ SEAC ทำร่วมกันในวันนี้ เป็นการเติมเต็มในสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ นั่นคือ Collaboration ระหว่างภาครัฐและเอกชน เหมือนอย่างที่ มจธ. กล่าวว่า ต้องการพาร์ทเนอร์ในระยะยาว เพื่อทำให้เกิด Ecosystem ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความใหม่อยู่ที่ “วิธีการ” เพื่อตอบในจุดมุ่งหมายเดียวกัน
“ความมุ่งหวังของความร่วมมือครั้งนี้ เราอยากมีส่วนร่วมในการสร้าง “กำลังคนคุณภาพ” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ทำให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิต และเลือกชีวิตของตัวเองได้”
ในเวที World Economic Forum มีการพูดถึง “คน” ที่ยังอยู่กับองค์ความรู้เดิมๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ หรือเพียงพอต่อ New Economy ได้ โดยคำนิยามของ “กำลังคนคุณภาพ” คือ ต้องมีความพร้อมในเรื่องของ Hard Skills (ความรู้ทางเทคนิค) และ Hyper-Relevant Skills (ความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน)
ดังนั้น Hyper-relevant Skills จึงเป็นทักษะที่จำเป็นที่จะทำให้คนทำงานสามารถตอบโจทย์ความท้าทายในวันนี้ได้ ซึ่งเรื่องของ Hyper-Relevant Skills ยังรวมไปถึงเรื่องของ Mindset, Communication Skill, Presentation Skill, Agility และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต หรือ EQ (ความฉลาดทางอารมณ์)
เป้าหมายของภารกิจนี้ มุ่งไปที่กลุ่มคน 3 กลุ่มหลัก ผ่านการสร้างคน และองค์ความรู้ผ่านงานวิจัย ภายใต้บริบทของความต้องการกลุ่มทักษะใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรมและการดำเนินธุรกิจ ตามการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา ได้แก่
กลุ่มบุคคลภายนอก เพื่อสร้าง New Learning Facilitators / Data Scientist Facilitators และพัฒนา Business Mindset สำหรับการทำงานวิจัยเพื่อผลักดันประเทศชาติ
กลุ่มบุคคลภายในมจธ. เพื่อสร้างทักษะบุคลากรสู่ Future of University และทักษะ Entrepreneurial สำหรับนักวิจัยของมจธ. และนักศึกษามจธ. ในทุกระดับ และที่จบการศึกษาแล้ว
“เพราะทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการมีการเปลี่ยนแปลง และอัพเดทตลอดเวลา เพื่อลดปัญหาหลักสูตรการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับเนื้องานในตลาดแรงงานปัจจุบัน หลักสูตรวิชาที่เรียนในมหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลง มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าสู่ตลาดงานได้ตามสายงานที่ตลาดมีความต้องการ”
ทางโครงการยังมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตนักวิจัยไทยให้มีศักยภาพ และสามารถพัฒนางานวิจัยคุณภาพที่ตอบโจทย์เชิงธุรกิจทั้งปัจจุบันและอนาคต และลดจำนวนงานวิจัยที่ไม่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ จึงจำเป็นต้องนำเอาทักษะใหม่ๆ ไปพัฒนานักวิจัยให้สามารถผลิตงานวิจัยคุณภาพที่สังคมต้องการ และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพราะจากสถิติทั่วโลก พบว่าประเทศที่ลงทุนและให้ความสำคัญเรื่องการทำวิจัย (R&D) มากเท่าไหร่ ก็จะมีนักวิจัยที่มีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น และส่งผลโดยตรงต่ออัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ที่ผ่านมา SEAC ช่วย Upskill และ Reskill คนวัยทำงานมาแล้วอย่างมากมายกับโมเดลการเรียนรู้ YourNextU ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และวันนี้ SEAC เตรียมพร้อมที่จะติดอาวุธทักษะให้คนไทยเพิ่มเติม เพื่อสร้างความพร้อมในสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ด้วยการนำทักษะ Hyper-Relevant Skills มาตอบโจทย์ให้กับตลาดแรงงานที่มีจำนวนมากกว่า 1,500 หลักสูตร กว่า 30 หมวดหมู่ พร้อมทักษะย่อยอีกมากมายในแต่ละหมวดหมู่