ซัมซุง ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก เผยผลสำรวจล่าสุดการวิจัยตลาดสมาร์ทแท็บเลตในประเทศไทยพบว่า มีการเติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2019 และหดตัวลงในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ปี 2020 ก่อนที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคมและเมษายน ซึ่งเป็นการเติบโตในเชิงปริมาณ อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของดีมานด์แท็บเลตรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางที่เจาะกลุ่มตลาด Mass สันนิษฐานได้ว่าการมองหาแท็บเลตเพื่อการทำงานและการเรียนออนไลน์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดแท็บเลตในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบยอดขายแท็บเลตของซัมซุงในช่วงเวลาเดียวกัน (มกราคม-เมษายน) ของปี 2019 พบว่าในปีนี้มีการเติบโตขึ้นกว่า 30% ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดแท็บเลต ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการใช้งานของทุกกลุ่ม[1] โดยแท็บเลตในเซ็กเม้นต์เริ่มต้น-กลาง เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สะท้อนความต้องการของตลาดที่มองหาแท็บเลตที่ฟีเจอร์ครบในราคาที่คนเริ่มทำงานและนักเรียนนักศึกษาเข้าถึงได้ จากผลสำรวจนี้ยังพบว่า 3 ฟีเจอร์หลักที่ผู้บริโภคจะพิจารณาเมื่อซื้อแท็บเลต คือ ปากกา ราคา และดีไซน์
‘แท็บเลตที่มาพร้อมปากกา’ คือแท็บเลตที่คนทำงานและนักเรียนกำลังมองหา
[1] ตลาดแท็บเลตในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 3 เซ็กเม้นต์ตามระดับสเปกและราคา ได้แก่ เซ็กเม้นต์เริ่มต้น (Entry) สำหรับการใช้งานขั้นพื้นฐาน มีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เซ็กเม้นต์กลาง (Mass) สำหรับการใช้งานที่ซับซ้อนมากขึ้น มีสเปกที่ดีกว่า บางรุ่นรองรับการใช้งานปากกา มีราคาอยู่ระหว่าง 5,000-15,000 บาท และเซ็กเม้นต์พรีเมียม (Premium) ราคาตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป