หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าอย่างมาก โรงไฟฟ้าที่มีอยู่ถูกทำลายย่อยยับ เชื้อเพลิงต่างๆ หาได้ยาก และราคาสูง วิกฤติการณ์ครั้งนั้นทำให้รัฐบาลต้องเร่งจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
และในที่สุด การก่อสร้าง”เขื่อนยันฮี” โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำก็เกิดขึ้น ที่ตำบลยันฮี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ นับเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย กระทั่งถึงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระปรมาภิไธย ให้ชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนภูมิพล”
“เขื่อนภูมิพล” ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาประเทศในด้านการผลิตไฟฟ้า หากตลอดระยะเวลา ๔๘ ปีที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลยังช่วยเก็บกักน้ำในช่วงน้ำหลากเพื่อบรรเทาอุทกภัย แล้วระบายน้ำออกเพื่อการชลประทาน การประปา เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อีกถึง ๗.๕ ล้านไร่
“เขื่อนภูมิพล” ยังได้ชื่อว่า เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ แหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศแหล่งหนึ่งด้วย
ที่สำคัญอย่างยิ่งของ “เขื่อนภูมิพล” ในการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ก็คือ เป็นศักดิ์และศรี เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศในฐานะเขื่อนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรื่องราว ความงดงาม และสัมพันธภาพของเขื่อนภูมิพลกับชีวิตผู้คน ถูกพูดถึงหลายแง่มุม แต่ก็เป็นที่ยอมรับโดยดุษณีเช่นเดียวกันว่า เพราะวันนั้นเมื่อ ๔๘ ปีก่อน ประเทศไทยได้มี “เขื่อนภูมิพล” วันนี้ของชีวิตคนไทย จึงอยู่ดี กินดี และมีพลังงานไฟฟ้าอย่างพอเพียง!
ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า
เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย สร้างปิดกั้นลำน้ำปิง ที่บริเวณเขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีรัศมีความโค้ง ๒๕๐ เมตร สูง ๑๕๔ เมตร ยาว ๔๘๖ เมตร ความกว้างของสันเขื่อน ๖ เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุสูงสุด ๑๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จัดเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งที่ใหญ่ และสูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๐๔ การก่อสร้างในระยะแรกประกอบด้วย งานก่อสร้างตัวเขื่อน ระบบส่งไฟฟ้า และอาคาร โรงไฟฟ้า ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๑-๒ กำลังผลิตเครื่องละ ๗๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม และ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗
ต่อมา ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๓-๖ กำลังผลิตเครื่องละ ๗๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ และเครื่องที่ ๗ กำลังผลิต ๑๑๕,๐๐๐ กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม และ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ และวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ตามลำดับ