ทันทีที่ COVID-19 อุบัติขึ้นบนโลก ก็ได้ทำให้สังคมคนทั่วไปแสวงหานวัตกรรมที่จะเข้ามาฆ่าเชื้อโรค เพื่อลด ความเสี่ยง นอกจากแอลกอฮอล์แล้ว น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เคยใช้กับโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และห้องวิจัย ถูกนำมาใช้ใน สถานที่ทั่วไปด้วย ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย
ดร.วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คีนน์ จำกัด กล่าวว่า COVID-19 ทำให้ตลาดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคโตขึ้นหลายเท่าตัว จากการที่คนทั่วไปมีพฤติกรรม New Normal เจ้าของอาคารสถานที่จึง จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ ด้วยการฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และสถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนาในขณะนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังและหามาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่บริเวณต่างๆ ที่เป็นจุดเสี่ยง และมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อไวรัส
ด้วยการเป็นผู้นำนวัตกรรมการฆ่าเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส และยังเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมการ ฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยีชีวภาพมากกว่า 10 ปี ในตลาดอุตสาหกรรมอย่างโรงพยาบาล และห้องปฏิบัติการมาก่อน รวมถึง ส่งออกไปยังยุโรป และญี่ปุ่น จึงทำให้คีนน์ เข้าใจถึงความต้องการลูกค้าเจ้าของอาคารสถานที่ที่เข้ามาใช้บริการ ด้วยการ เข้าไปวางระบบความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข (Hygienic Safety) ผ่านวิธี Green Hygienic Solution โดยใน ปัจจุบันได้เข้าไปวางระบบ Hygienic Safety ให้กับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ กิจกรรมงานคอนเสิร์ต โรงเรียน ภาพยนตร์ ร้านอาหาร และสนามกีฬา เป็นต้น
“Green Hygienic Solution เป็นบริการที่เราเข้าไปดูแลสร้างระบบ Hygienic Safety โดยเราจะศึกษา Customer Journey เพื่อประเมินความเสี่ยงในแต่ละจุด เพื่อออกแบบให้มีระดับการฆ่าเชื้อที่ต่างกันไปตามความเสี่ยง จากนั้นต้องมาเซ็ตมาตรฐานว่าจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคชนิดไหนที่เหมาะสม ผสมในอัตราเท่าไหร่ และฉีดพ่น หรือทำความ สะอาดทุกกี่นาที สุดท้ายจะเป็นการมอนิเตอร์ว่าทำไปแล้วฆ่าเชื้อโรคได้จริงหรือเปล่า”
จุดเด่นของคีนน์ จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวบำบัดเจ้าเดียวในไทยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการกำจัดเชื้อโรค อาทิ เชื้อไวรัสต่างๆ แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงการย่อยสลายโมเลกุลน้ำมันและคราบสกปรกที่กำจัดยาก โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ “คีนน์ เจิม คิลเลอร์” (KEEEN Germ Killer) ที่คิดค้นและพัฒนามาจากการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ จนเกิดนวัตกรรมใหม่ มีชื่อเรียกว่า สารชีวบำบัดภัณฑ์ (Bioremediation Agent) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาค อุตสาหกรรมในการบำบัดของเสียก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีไบโอเทค ของประเทศเยอรมนี ผู้นำระดับแนวหน้าของโลกในด้านอุตสาหกรรม จึงเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่พัฒนา สำหรับฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอีโคเซิร์ท (ECOCERT) จากยุโรป และเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคระดับเกรดอาหาร (Food Grade) ที่ได้รับการรับรองจาก NSF หรือ National Sanitation Foundation ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานที่ดูแลเรื่องความปลอด ภัยก่อนถึงผู้บริโภค จากประเทศสหรัฐอเมริกา
ดร. วสันต์ กล่าวว่า นวัตกรรมเอกสิทธิเฉพาะของ คีนน์ (KEEEN) คือ กระบวนการที่เกิดจากโมเลกุลของ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ร่วมกับสารสกัดจากธรรมชาติ (กรดน้ำมันมะพร้าว) ที่ทำหน้าที่เป็นไบโอ เซอร์เเฟคแทนท์ (Bio-Surfactant) จึงสามารถฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดได้ดีเช่นเดียวกับสารเคมี โดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการฆ่าเชื้อไวรัสด้วย ‘สารสกัดจากธรรมชาติ Natural Disinfectant’ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่าง ของนวัตกรรมนี้
จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าว ทำให้คีนน์ขยายตลาดอุตสาหกรรมมาสู่ตลาดแมสในช่วง เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้แบรนด์ “ดร.คีนน์” โดยลอนช์สินค้าออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดครัว น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ สบู่ล้างมือ และผลิตภัณฑ์ล้างมือโดยไม่ใช้น้ำ (No rinse)
“ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นไบโอออร์แกนิกส์เทคโนโลยี ที่ผลิตจากพืชแต่ให้ผลเหมือนเคมีเป็นเจ้าแรกของไทย ซึ่งตรงนี้เราต้อง Educate ตลาดว่าคีนน์เป็นโปรดักต์ที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม โดยเรามีแผน Educate ตลาดผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกับพันธมิตรร้านค้า เช่น วิลล่า มาร์เก็ต และฟู้ดแลนด์ และปลายปีนี้จะเริ่มส่งออก ดร.คีนน์ ไปยังต่างประเทศรวมถึงจะออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรม New Normal ของผู้บริโภคเป็นหลัก”