Team Razer ซึ่งเป็นแผนกอีสปอร์ตของเรเซอร์ ทำงานร่วมกับทีมงานฝีมือเยี่ยมชั้นนำของโลกและผู้เล่นจำนวนมากเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต่อพ่วงประสิทธิภาพสูงเพื่อกีฬาอีสปอร์ต โดยมุ่งมั่นขยายขีดความสามารถและนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อการแข่งขัน นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการพัฒนา BlackShark V2 นี้ Team Razer ได้ร่วมงานกับนักกีฬาอีสปอร์ตจำนวนมากเพื่อทดสอบชุดหูฟัง พร้อมรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการออกแบบและฟีเจอร์การทำงานให้ดียิ่งขึ้น
“เราได้ทดสอบตัวต้นแบบของ BlackShark V2 และมั่นใจในทันทีว่ามันสร้างความได้เปรียบในเกมการแข่งขันจริง ๆ” ทัล “ฟลาย” ไอซิก จาก Evil Geniuses กล่าว “หลังจากการใช้อุปกรณ์นี้ในการฝึกซ้อมหลายครั้ง เราพบว่ามันสวมใส่สบาย เสียงทั้งจากในเกมและไมโครโฟนมีคุณภาพดีเยี่ยม ช่วยให้ผมโฟกัสกับเกมได้ดีจริง ๆ”
ชุดหูฟัง Razer BlackShark V2 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์มากมายที่ออกแบบจากความคิดเห็นของนักกีฬาอี-สปอร์ตในระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์ ด้วยการรับฟังและการนำความคิดเห็นของผู้เล่นมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้เรเซอร์ก้าวขึ้นสู่สถานะผู้นำในตลาดอุปกรณ์การเล่นเกมอี-สปอร์ตที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ
เทคโนโลยีเสียง THX Game Profiles เพื่อชัยชนะ
เทคโนโลยี THX Game Profiles ซึ่งกำหนดเปิดตัวในวันที่ 6 สิงหาคม จะทำให้ผู้เล่นดื่มด่ำกับประสบการณ์การเล่นเกมที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น ด้วยค่าโพรไฟล์ที่ปรับแต่งได้ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละเกมและผ่านการรับรองจากบรรดานักพัฒนาเกมมาแล้ว เทคโนโลยี THX Game Profiles จะช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเพลิดเพลินกับเกมต่างๆ ด้วยคุณภาพเสียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกม นั้นๆ อย่างแท้จริง มอบประสบการณ์ที่สมจริงและดื่มด่ำกว่าที่เคย
เทคโนโลยี THX Game Profiles นำเสนอ 2 โหมดหลัก ได้แก่ THX Environmental Mode สำหรับเสียงที่สมจริงและประสบการณ์ที่ล้ำลึกถึงขีดสุด และ THX Competitive Mode ที่เน้นการระบุตำแหน่งและเบาะแสด้านทิศทางเสียงเป็นหลัก เพื่อการระบุตำแหน่งของศัตรูได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ปัจจุบัน เทคโนโลยี THX Game Profiles รองรับ 18 เกมยอดนิยมที่ใช้ผู้เล่นหลายคน อาทิ Apex Legends, Counter-Strike: Global Offensive, Valorant, Call of Duty: Modern Warfare และอื่น ๆ และจะเพิ่มจำนวนเกมที่รองรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ด้วยการทำงานร่วมกับนักออกแบบเกมโดยตรง เรเซอร์ได้ใช้เทคโนโลยี THX Game Profiles เพื่อช่วยให้นักพัฒนาเกมสามารถสร้างขอบเขตการปรับแต่งและข้อกำหนดด้านสภาพแวดล้อมได้ล่วงหน้า นับตั้งแต่โถงทางเดินที่มีเสียงก้องไปจนถึงพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เทคโนโลยี THX Spatial Audio ยังมีการปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้เล่นสามารถปรับเสียงในเกมของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
รองรับการใช้งานหลายแพล็ตฟอร์ม
ด้วยการเชื่อมสายหัวต่อ 3.5 มม. ทำให้ Razer BlackShark V2 สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้หัวต่อ 3.5 มม. อื่นๆ ได้ ทั้ง PC, Mac, PS4, Xbox One, Nintendo Switch และอื่น ๆ อีกมากมาย การเพิ่ม USB Sound Card เพื่อให้รองรับคอมพิวเตอร์ระบบ Windows 10 โดยเฉพาะ
เกี่ยวกับ RAZER BLACKSHARK V2
หูฟัง
- การตอบสนองความถี่: 12 เฮิร์ต – 28 กิโลเฮิร์ตซ์
- ความต้านทานต่อไฟฟ้า : 32 Ω @ 1 กิโลเฮิร์ตซ์
- ค่าความไวต่อการตอบสนอง (@1 กิโลเฮิร์ตซ์): 100dBSPL/mW, 1 กิโลเฮิร์ตซ์
- ไดรเวอร์: Customized Dynamic 50 มม.
- เส้นผ่าศูนย์กลางแป้นครอบหู: 65 x 40 มม. / 2.56 x 1.57 นิ้ว
- ประเภทการเชื่อมต่อ: 3.5 มม. พร้อม USB sound card
- ความยาวสายไฟ: 1.8 เมตร / 5.91 ฟุต
- น้ำหนักโดยประมาณ: 262 กรัม / 0.6 ปอนด์
- ครอบหูทรงไข่: วัสดุเมโมรี่โฟมนุ่มระบายอากาศได้
ไมโครโฟน
- การตอบสนองความถี่: 100เฮิร์ต – 10 กิโลเฮิร์ตซ์
- อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน: 60 เดซิเบล
- ค่าความไวต่อการตอบสนอง (@1 กิโลเฮิร์ตซ์): -42dB V/Pa, 1 กิโลเฮิร์ตซ์
- รูปแบบการรับเสียง: รับเฉพาะเสียงด้านหน้า
ปุ่มควบคุมบนแป้นครอบหู
- ปรับระดับเสียงขึ้นลง
- เปิดปิดเสียง เลือกโหมดไมโครโฟน
สายเชื่อมต่อ
- สายเชื่อมต่อ: อุปกรณ์หัวต่อ 3.5 มม.
- สายเชื่อมต่อ + USB Sound Card: อุปกรณ์ที่มีหัวต่อ USB
ราคาและการวางจำหน่าย
ราคาจำหน่ายปลีก 99.99 ดอลลาร์ / 109.99 ยูโร
Razer BlackShark V2: เว็บไซต์ Razer.com และผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ วันที่ 30 กรกฎาคม 2563
ระบบ THX Game Profiles สำหรับ Razer BlackShark V2: ติดตั้งผ่าน Razer Synapse ได้ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2563 (ชุดหูฟัง/ หูฟังรุ่นอื่น ๆ จะสามารถใช้ได้ภายหลัง)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่
Razer BlackShark V2 X: ชุดหูฟังเพื่ออี-สปอร์ตระดับเริ่มต้น
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในวันเดียวกันคือ BlackShark V2 X ชุดหูฟังเวอร์ชั่นเริ่มต้นของ BlackShark V2 มาพร้อมฟีเจอร์เพื่อการแข่งขันระดับทัวร์นาเมนต์มากมายโดยมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายบรรดาเกมเมอร์ที่ต้องการสินค้าราคาประหยัด โดย BlackShark V2 X ใช้ไดรเวอร์ Razer TriForce 50 มม. แบบไม่เคลือบไทเทเนียม และใช้เฉพาะหัวต่อ 3.5 มม. โดยไม่มี USB Sound Card แต่ยังคงมีระบบ HyperClear Cardioid Mic และระบบตัดเสียรบกวน Advanced Passive Noise Cancellation เหมือนกับใน BlackShark V2
BlackShark V2 X มีน้ำหนักเพียง 240 กรัม รองรับระบบการทำงานแบบข้ามแพล็ตฟอร์ม จึงเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการชุดหูฟังเพียงอันเดียวที่ใช้งานได้กับทุกระบบ
ราคาจำหน่ายปลีก 59.99 ดอลลาร์ / 69.99 ยูโร
เว็บไซต์ Razer.com และผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ วันที่ 30 กรกฎาคม 2563
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่