ด้าน ณจรีย์ จันทร์เจิดศักดิ์ หรือนาโน นักเรียนชั้นเกรด 10 โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า หัวหน้าทีมผลงานชนะเลิศการแข่งขัน WRO Thailand 2017 ประเภทความคิดสร้างสรรค์ เล่าว่า ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีจากหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยเฉพาะในด้านสาธารณูปโภคมากขึ้น ทางทีมจึงได้คิดและสร้างสรรค์ผลงาน Multicore Cable Fit-Outing Robot หรือหุ่นยนต์เดินสายสาธารณูปโภคใต้ดินขึ้น ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่ยังไมได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ด้วยการเข้าไปช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจเบื้องต้น เช่น การประปา ไฟฟ้า ถนน ฯลฯ พร้อมด้วยโครงการที่เกี่ยวข้องด้านดินที่พระองค์ทรงมุ่งให้เกิดการการใช้ดินและพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด โดยแนวคิดดังกล่าวยังถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละด้านอย่างมีความเชื่อมโยงกันและมีลักษณะคล้ายการต่อภาพจิ๊กซอว์ ซึ่งหากต่อสำเร็จก็จะช่วยในเรื่องอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้รวดเร็วขึ้น
สำหรับกลไกของหุ่นยนต์ Multicore Cable Fit-Outing Robot จะเน้นให้เป็นเครื่องมือขนาดใหญ่ในการการทำงานหนักบนพื้นที่ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้หรือเข้าถึงได้ยาก โดยหุ่นจะแบ่งเป็น 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 จะเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ในการนำหน้าเพื่อสำรวจอุปสรรคของพื้นดินและใต้ดินโดยมีเซ็นเซอร์ในการตรวจจับพร้อมวิเคราะห์ออกมาในรูปของแผนที่ เพื่อให้หุ่นยนต์ชุดที่ 2 ที่เป็นหุ่นยนต์ใหญ่ทำหน้าที่ในการเดินเครื่องขุดดิน พร้อมฝังกลบสาย Multicore ซึ่งประกอบด้วย สายโทรศัพท์ สายไฟฟ้า ท่อประปา และแก๊สธรรมชาติลงบริเวณใต้ดินในเวลาเดียวกัน ในการร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานนี้ขึ้น ทางทีมคาดหวังว่าหากในอนาคตหุ่นยนต์ต้นแบบนี้สามารถพัฒนาเป็นรูปธรรมได้จริง เชื่อว่าการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในชนบทจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งถ้าหากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็คิดว่าจะสามารถนำไปใช้ในด้านอื่นๆต่อได้ อีกทั้งยังจะช่วยลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากภายนอก อันจะนำมาซึ่งความสมดุลของด้านต่างๆในระยะยาว
ขณะที่ ด.ช.เทพมงคล พันธุ์กระทึก หรือโน้ต นักเรียนชั้นเกรด 7 โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า หัวหน้าผลงานรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 การแข่งขัน WRO Thailand 2017 ประเภทความคิดสร้างสรรค์ เล่าว่า แนวคิดและการประดิษฐ์ผลงาน Aquabot หรือหุ่นยนต์เพื่อการปลูกปะการังเทียมมาจากการศึกษาโครงการในพระราชดำริด้านประมงและชายฝั่งทะเลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ในปัจจุบันปัญหาจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และการกระทำของมนุษย์ทำให้สิ่งมีชีวิตบริเวณแนวปะการังน้ำตื้นของท้องทะเลไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงและค่อยๆตายไปจนถึงขั้นวิกฤต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ขณะนี้จะต้องสร้างบ้านใหม่ให้กับสัตว์น้ำใต้ทะเล เพื่อให้ปะการังและสิ่งมีชีวิตเริ่มฟื้นคืนกลับมาเป็นสีสัน พร้อมเพิ่มแหล่งอาหารและความสมดุลให้กับธรรมชาติ ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นที่มีผลต่อการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่ง ตลอดจนฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับมาสวยงามมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน รวมถึงประเทศไทยอีกด้วย
ด้านการทำงานของ Aquabot นั้น จะทำหน้าที่แทนแรงงานมนุษย์ในการปล่อยปะการังเทียมเพื่อให้สามารถใช้เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำใต้ทะเล โดยที่หุ่นยนต์จะมีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของความรวดเร็วและประสิทธิภาพด้านความแม่นยำที่มากกว่า ทั้งยังเป็นหุ่นยนต์ที่มีความแข็งแรงทนทาน มีความสามารถในการต้านทานกระแสน้ำ มีความปลอดภัยโดยไม่ทำลายระบบนิเวศและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน WRO 2017 ที่ประเทศคอสตาริกา นอกเหนือจากทีมจะได้ฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งในด้านการเขียนโปรแกรม การออกแบบ การประกอบหุ่น และลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยแล้ว การไปแข่งขันในครั้งนี้ยังมุ่งหวังที่จะให้ทั่วโลกตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเนื่องจากปัจจุบันชายฝั่งทะเลของทั่วโลกกำลังถูกทำลาย และหวังให้เกิดการร่วมมือพัฒนาพร้อมกันอย่างเป็นวงกว้างเพราะเป็นหน้าที่ของทุกๆคน นอกจากนี้ตนและทีมยังจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเทคนิคใหม่ๆด้านหุ่นยนต์จากเพื่อนต่างชาติในประเทศชั้นนำ พร้อมนำมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาและบูรณาการกับการเรียนรู้ในวิชา STEM With Robotics รวมถึงวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นต่อไป ด.ช.เทพมงคล กล่าว
โลกในวันนี้หมุนเร็วกว่าที่เคยเป็นมา และเชื่อว่าอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า โลกกำลังจะผลัดไปสู่ยุคที่วิถีชีวิตของทุกสรรพสิ่งต้องพึ่งพิงและผูกขาดกับเทคโนโนโลยีอัจฉริยะ นวัตกรรม และระบบดิจิทัล การเกิดขึ้นของโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้าถือเป็นมิติใหม่ของสถาบันการศึกษาไทยที่จะนำร่องเปลี่ยนกลวิธีและหลักสูตรการเรียนที่พุ่งเป้าไปสู่การผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดผู้นำด้วยการส่งเสริมรายวิชาและกิจกรรมที่จะเป็นแนวทางในการสร้างฐานแห่งการผลิตนักคิด นักประดิษฐ์นวัตกรรม ตลอดจนนักวิจัยที่มีความสามารถ สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียนคนไหนที่มีความสนใจและใฝ่ฝันในการก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถร่วมกิจกรรม KMIDS OPEN HOUSE ได้วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560 นี้ โดยติดตามความเคลื่อนไหวพร้อมทั้งข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kmids.ac.th
สำหรับผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มติมได้ที่ www.kmids.ac.th ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า โทรศัพท์ 085-9174242 หรือเข้าไปที่ Facebook Fanpage : KMIDS