เทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในทุกวันนี้เปลี่ยนไป การใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมีมากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่พยายามลดปริมาณขยะและมลภาวะที่เกิดจากตนเอง ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการซื้อสินค้าและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิด “อนาคตที่ไร้ขยะ” (Waste-Free Future) จากเทรนด์ดังกล่าวทำให้หลากหลายองค์กรต้องปรับตัวในการนำเสนอสินค้า บริการ หรือการดำเนินธุรกิจ ให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค “ความปกติใหม่” (New Normal)
จากองค์กรผู้ผลิตพลาสติกที่ตั้งมั่นในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สู่โครงการรีไซเคิลฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้วเพื่อสังคม
ไม่เพียงแรงขับเคลื่อนจากด้านผู้บริโภคเท่านั้น ในส่วนของ บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายฟิล์มยืดถนอมอาหารชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้ตราสินค้า “เอ็มแรป (M Wrap)” ที่ครองใจผู้บริโภคมากว่า 30 ปี ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่แพ้กัน
ฤทัยชนก จงเสถียร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งที่ เอ็มแรป ให้ความสำคัญเสมอมา จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้ เอ็มแรป เป็นตัวช่วยในการถนอมอาหาร รักษาความสด และยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะอาหารหรือขยะอินทรีย์ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรีไซเคิลและการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างสร้างสรรค์ บนแนวทางการใช้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เหมือนที่หลายๆ หน่วยงานนำมาปรับใช้ จึงเริ่มต้นจัดทำโครงการเก็บ เพื่อ กลาย โดยเริ่มจากสร้างความเข้าใจให้พนักงานของเราก่อน ลงมือทำกันภายในองค์กร และขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้าโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด”
จากความตั้งใจของ เอ็มแรป ทั้งการร่วมมือกันภายในและภายนอกองค์กร เกิดเป็น โครงการ “เก็บ เพื่อ กลาย” (Circulife By M Wrap) โดยผนึกกำลังร่วมกับคู่ค้าโรงแรมทั่วประเทศกว่า 30 แห่ง ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงการใช้ประโยชน์สูงสุดจากฟิล์มถนอมอาหารและสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลที่ถูกต้อง อาทิ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ, โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพฯ, โรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรม โนโวเทล ภูเก็ต ฯลฯ