ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ภาวิตคาดการณ์ว่าจะสามารถทำสร้างยอดขายในธุรกิจใหม่นี้อย่างน้อย 500 ล้านบาทใน 3 ปี
“การเปิดตัวธุรกิจใหม่นี้ เป็นเหมือนการตกปลาในบ่อตัวเอง ไม่ได้คิดไปแข่งขันกับใคร ไม่ได้แข่งขันกับตลาด Retail ที่ต้องจ่ายค่า GP ลำพังแค่แฟนคลับของต่ายก็สามารถสร้างโอกาศทางการขายได้มหาศาลแล้ว แฟนคลับ 20,000 คนจาก 5 ล้านคน ซื้อสินค้าเดือนละ 1,000 บาทก็มียอดขายต่อปี 240 ล้านบาทแล้ว ส่วนตัวมองว่าแฟนคลับของต่ายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เพราะบัตรคอนเสิร์ตของ ต่ายสามารถขายได้ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึง 4,000 บาท เพราะฉะนั้น สินค้าชุด 3 ชิ้นราคา 999 บาท จึงน่าจะมีกำลังซื้อ”
ภาวิต จิตรกร กล่าวและยังได้สรุปความแตกต่างของสินค้าแบรนด์ออร่า-ทัยเป็น 8 หัวข้อใหญ่ๆ ดังนี้
1. Brand Purpose ที่แตกต่าง
ออร่า-ทัย จะเป็นแบรนด์สินค้าที่ใช้ “ความจริงใจ” ในการดำเนินธุรกิจขายตรง ที่ได้สะท้อนถึงตัวตนของคุณต่าย อรทัย ที่เป็นคนซื่อตรงจริงใจ ไม่โกหกหลอกลวง
2. กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง
เราเจาะกลุ่มคนต่างจังหวัดเป็นหลัก กลุ่มสาวอีสาน หรือผู้ใช้แรงงานที่ต้องสู้ชีวิต หาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งมีความฝันและมีการดำเนินชีวิตไม่ต่างจากคุณต่าย อรทัย ที่เปรียบเสมือน “ดอกหญ้าในป่าปูน
3. Brand Idea ที่แตกต่าง
เราใช้ Brand Idea “สวยสู้ชีวิต” เป็นแกนในการขับเคลื่อนแบรนด์ความงามที่มีความแตกต่างจากจุดยืนของ Brand สกินแคร์อื่นๆ เพราะเราเชื่อว่าการแข่งขันในการประโคมความดีความงามของประสิทธิภาพและคุณภาพสินค้า ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุก Brand ต้องทำอยู่แล้ว หากแต่ Business Idea ของ Brand ออร่า-ทัย เป็นเรื่องของความสอดคล้องและความเชื่อมโยงของคนที่มีทัศนคติและวิถีชีวิตที่ต้องผ่านความลำบากมาเหมือนอย่างชีวิตของคุณต่าย อรทัย เราเชิดชูและส่งต่อความมั่นใจแบบลูกอีสานที่จะสามารถสร้างความงามที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์สร้างความภูมิใจและโอกาสของการหารายได้เสริมแบบคนสู้ชีวิต