นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อม ลอรีอัลยังเดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ด้วยการลงทุนด้านข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มากมาย หนึ่งในนั้นคือการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น การเป็นพันธมิตรกับเวริลี (Verily) บริษัทด้านสุขภาพที่มีความแม่นยำสูงในเครืออัลฟาเบ็ท (Alphabet) เพื่อทำความเข้าใจและอธิบายกลไกการร่วงโรยของผิวพรรณและเส้นผมให้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบัน ลอรีอัล ประเทศไทย มีนวัตกรรมความงามด้าน Beauty Tech มากกว่า 12 นวัตกรรม และยังคงนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผิวหนัง เส้นผม และเมคอัพ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ในราคาที่หลากหลาย ทุกหมวดหมู่และทุกช่องทาง เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ด้านความงามของผู้บริโภคทุกคน ซึ่งสาวกความงามชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นนี้ไม่แพ้ตลาดใดในโลกอย่างแน่นอน โดยในปีนี้หลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ เซราวี (CeraVe) เคเรสตาส (Kérastase) ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล (L’Oréal Professionnel) อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurent) และ คีลส์ (Kiehl’s) ต่างก็พร้อมตบเท้าเข้ามาสร้างความตื่นเต้นและครองใจผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ มากมาย
ขณะเดียวกันลอรีอัลยังมุ่งมั่นสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในโลกดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมด 59 ช่องทางจากทั้งหมด 15 แบรนด์ชั้นนำ โดยในปีนี้ลอรีอัล ประเทศไทยยังได้เตรียมวางแผนสร้างความตื่นเต้นให้กับอุตสาหกรรมด้วยแคมเปญอีกกว่า 500 แคมเปญอีกด้วย
“ในยุคหลังวิกฤตโควิด 19 ที่ทุกองค์กรต้องพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่เข้ามา ความว่องไวในการปรับตัวและการไม่หยุดนิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้านับเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตธุรกิจได้ในระยะยาว ลอรีอัลพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นนี้ และจะเดินหน้าเต็มกำลังในการเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ของประเทศไทย เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอันยอดเยี่ยม และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมความงามไปพร้อมๆ กับผลักดันด้านความยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของลอรีอัลในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลก” อินเนส คาลไดรา กล่าวทิ้งท้าย