ทั้งนี้ พบว่าที่ผ่านมาผู้บริโภคในตลาดมีความต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Preventive health care ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 61 เนื่องจากเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ต่าง ๆ และการเกิดโรคอุบัติใหม่ไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นปัจจัยเร่งให้ผู้บริโภคกว่า 45% หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ด้วยการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และทานวิตามินอาหารเสริมเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน รวมทั้งดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ บริษัทจึงได้วิจัยและพัฒนา อมาโด้ อิมมู ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดสุขภาพดังกล่าว ซึ่งตั้งเป้ายอดขายไปจนถึงสิ้นปีที่ 20,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 15,000,000 บาท ซึ่งจะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ดีลเลอร์ และอมาโด้ รวมถึงการทำการตลาดผ่านเทเลเซลล์ด้วย
“เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้รับความนิยมและเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัญหาภูมิแพ้อากาศและฝุ่นควัน ผู้บริโภคเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและโรคอุบัติเก่า อาทิ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาสายพันธ์ใหม่มีความรุนแรงของโรคอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เข้ามาเป็นปัจจัยเร่งใหม่ เทรนด์ดังกล่าวเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมองหาหนทางในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้กับตัวเองและคนในครอบครัวอย่างจริงจัง ซึ่ง อมาโด้ อิมมู เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกลุ่มดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันนับเป็นกลุ่ม Mass Market โดยเป็นกลุ่มที่อมาโด้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก” ธนากล่าว