ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการชะลอตัวและเข้าสู่ภาวะถดถอย ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักที่เกิดขึ้น ‘การปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ระบบดิจิทัลจะช่วยองค์กรต่างๆ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางยุค New Normal เทนเซ็นต์ ประเทศไทย ในฐานะผู้ให้บริการ เทนเซ็นต์ คลาวด์ ระบบปฏิบัติการคลาวด์ระดับเวิล์ดคลาสในตลาดประเทศไทยและอาเซียน จึงมุ่งนำเสนอโซลูชันคลาวด์แบบไฮบริดที่พร้อมใช้งานได้ทั่วโลก ช่วยสร้างเสถียรภาพด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่น พร้อมด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม และทุกธุรกิจในประเทศ ไทย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
องค์กรต่างๆ เดินหน้าสู่การใช้งานคลาวด์เพื่อเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ระบบดิจิทัล เทนเซ็นต์ คลาวด์มีข้อแนะนำ 3 ประการ สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้าง “ดิจิทัล คลาวด์ แพลตฟอร์ม” เพื่อให้สามารถสร้างระบบดิจิทัล คลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนี้
1. โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เพิ่มขยายหรือปรับลดได้ (Scalable Cloud Infrastructure) การวางโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่สามารถปรับขนาดได้ในอนาคตจะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดจำนวนทรัพยากรตามความต้องการ ช่วยเร่งกระบวนการการปรับเปลี่ยนองค์กรให้เกิดความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัย
2. แพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Agile Distribution Platform) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบได้จากทุกที่ โดยองค์กรสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ระบบเอดจ์คอมพิวติ้งอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกัน (Connected Edge Intelligence) ช่วยปรับปรุงระบบประมวลผลข้อมูลพร้อมสร้างเกราะกำบังด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการเข้าสู่ข้อมูลภายในองค์กร