อริสา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายที่ต้องการเน้นเรื่องของการควบคุมคุณภาพเป็นหลัก บริษัทฯ จึงได้ใช้งบประมาณเกือบพันล้านบาท ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี โดยเริ่มเดินเครื่องผลิตมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ด้วยการให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งปลูกถั่วที่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ ผ่านกรรมวิธีการคั้นสดที่ทันสมัย จนถึงกระบวนการบรรจุด้วยเทคโนโลยีตามมาตรฐานการรับรองระบบคุณภาพ GMP, HACCP, BRC, ISO 22000, FSSC 22000 และ USFDA ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ พร้อมทั้งมุ่งเน้นกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้าและผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพันธมิตรด้านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งบริการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าตลอดทั้งปีเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการบริโภคสินค้าจากทั่วโลก
“ปี 2562 ตลาดนมทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ผลิตจากถั่วเปลือกแข็งมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2563 จะขยายตัวต่อเนื่องอีกกว่า 10% เนื่องจากยังมีเซ็กเม้นต์ค่อนข้างเล็กจึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งสินค้าแบรนด์ 137 ดีกรีเป็นกลุ่มพรีเมียมที่มีจุดแข็งคือ การสร้างความแตกต่าง โดยเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ใช้ถั่วคุณภาพสูงเป็นวัตถุดิบ คั้นสดจากถั่วเต็มเมล็ด ไม่เติมน้ำตาล ปราศจากไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล ไม่มีสารกันบูด และการันตีด้วยตราสัญลักษณ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณค่าทางอาหารได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับในช่วงแรกที่เริ่มสร้างแบรนด์ เราใช้วิธีโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก โดยเปิดเฟสบุ๊คเพจ 137 degrees เพื่อเป็นคอมมูนิตี้รักสุขภาพออนไลน์ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้กดไลค์แล้วมากกว่า 4 ล้านคน ทำให้สินค้ากลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็วจากฐานลูกค้าที่ชื่นชอบ จนมีการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 นี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2563” อริสา กล่าวในตอนท้าย