ไฮไลท์ของงานที่ได้รับความสนใจไม่แพ้หนุ่มซันนี่ก็คือการกำเนิดใหม่อีกครั้งของนาฬิกาดำน้ำในตำนานอย่าง 1968 Hi-beat Diver’s 300m, 1965 62MAS 150m และ 1975 Professional Diver’s 600m ที่ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ดั้งเดิมไว้ แต่ยังได้รับการรังสรรค์ดีไซน์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติเฉพาะและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทางทีมงานได้ใช้เกรดของ สเตนเลสสตีลที่ใช้ในโครงสร้างของนาฬิกาทั้งสามเรือน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Ever-Brilliant Steel ของ Seiko สตีลเกรดใหม่นี้ยังทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็กกล้าที่ใช้ในนาฬิการะดับสูงเกือบทุกรุ่นในปัจจุบัน และเป็นการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในอุตสาห กรรมการผลิตนาฬิกาสำหรับผลิตตัวเรือนของรุ่น 1965 re-creation และ 1968 re-creation และใช้ผลิตขอบตัวเรือนของรุ่น 1975 re-creation ส่วนตัวเรือนเหมือนกับรุ่นต้นฉบับ คือทำจากไทเทเนียม วัสดุบุด้านในสลัก เกลียวพร้อมด้วยน๊อต และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ใช้ในโครงสร้างของเรือและเรือดำน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคลอไรด์ เช่น น้ำทะเล รวมถึง Ever-Brilliant Steel ที่ถูกกำหนดให้เป็นระดับความทนทานใหม่ของนาฬิกาดำน้ำคอลเลคชั่นนี้ ในรุ่น 1965และ 1968 re-creation ขับเคลื่อนด้วยกลไกความถี่สูง คาลิเบอร์ 8L55 และรุ่น 1975 re-creation บรรจุกลไก คาลิเบอร์ 8L35 ทั้งสองกลไกได้รับการพัฒนาและประกอบขึ้นสำหรับนาฬิกาดำน้ำโดยเฉพาะที่ Shizukuishi Watch Studio ทั้งสามรุ่นผนึกด้วยคริสตัลแซฟไฟร์พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนบนพื้นผิวด้านใน สำหรับ 1975 re-creation เพิ่มความต้านทานสนามแม่เหล็กให้สูงขึ้นถึง 40,000 a/m
ติดตามข้อมูลข่าวสารของ Seiko Prospex ได้ที่ https://www.seikowatches.com/th-th และ www.seikoprospexthailand.com