หากมองเข้ามาที่ คีย์ กลยุทธ์ของชาเขียวโออิชิแล้ว พบว่า ชาเขียวแบรนด์นี้จะให้ความสำคัญในด้าน
1.มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาด ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ส่งเข้ามาสามารถช่วย Penetrate การดื่มชาเขียวในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นได้เพิ่มมากขึ้น หรืออย่างการทำชาเขียวพรีเมียมที่เล่นกับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพในช่วงการระบาดของโควิด –19
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ยังรวมสร้างผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งตัวใหม่ๆ ให้ติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว อย่างตัวโออิชิ ฟรุตที ที่เข้ามาช่วยขยายฐานการดื่มในกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นการเข้าถึง 2 แอเรียของตลาดเครื่องดื่มคือทั้งชาเขียว และน้ำผลไม้ ทำให้สามารถขยายฐาน และดึงคนดื่มรุ่นใหม่ๆ เข้ามาแทนที่คนดื่มหน้าเดิมๆ ที่เคยดื่มชาเขียวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และเริ่มออกจากตลาดไปได้อย่างลงตัว
ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดเดิมแล้ว ยังเป็นการเกาะกับเทรนด์ยอดนิยมของวิตามินซี ที่กลายเป็นที่ต้องการของคนไทยไปแล้วในปัจจุบัน
2.สร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนในเรื่องของการเพิ่มยอดขาย อย่างการเปิดตัว“โออิชิ กรีนที พลัส ซี” นวัตกรรมใหม่ ครั้งแรกของการจับคู่ชาเขียวผสมวุ้นมะพร้าวและวิตามินซี 200% 2 รสชาติ องุ่นเคียวโฮ และส้ม สูตรน้ำตาลน้อยสำหรับคนรักสุขภาพ ในครั้งนี้ มีการสร้างสีสันผ่านการดึงคู่จิ้น“ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี” และ “วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” จากซีรีส์ “เพราะเราคู่กัน” เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างสีสันให้กับการเปิดตัวสินค้า
3.พลังของการ Synergy กับบริษัทในเครือไทยเบฟที่เข้ามาช่วยในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับการกระจายสินค้าเข้าไปยังช่องทางเทรดิชั่นนัล เทรด ซึ่งจะสอดรับกับการปรับในเรื่องของเอสเคยูของสินค้าที่มีการออกสินค้าในไซส์ที่เหมาะกับช่องทางขายนี้
ถือเป็นอีกการขยับตัวครั้งใหญ่ของชาเขียวโออิชิที่มองถึงการเพิ่มยอดขายในช่วงปลายปีได้อย่างลงตัว....