BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
17,517
VIEWS

บทเรียนจาก “คาราบาวแดง” ผสาน Push & Pull Strategy อย่างทรงพลัง

ธ.ค. 22, 2563 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่การแข่งขันทางการตลาดของสินค้าแทบทุกประเภท หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า Push & Pull Strategy ซึ่งมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ในการทำตลาดสินค้าแต่ละตัว ที่ต้องผสมผสานทั้ง Push และ Pull ให้ได้อย่างลงตัว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างยอดขายในแต่ละครั้งที่ทำ

ในความหมายของ Push Strategy นั้นก็คือ การใช้วิธีการผลักดันให้สินค้าเข้าไปหาผู้บริโภค โดยจะทำผ่าน “คนกลาง” ที่เป็นร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือพนักงานขาย รวมถึงการออกงานแสดงสินค้าก็ได้ การผลักดันนี้ อาจจะมีการให้รางวัลการขายแก่ร้านค้า ในกรณีที่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย

เราจะได้เห็นการใช้กลยุทธ์นี้บ่อยๆ ในกรณีที่ต้องการผลักดันสินค้าเข้าสู่ร้านค้า โดยแต่ละแบรนด์จะมีการใช้งบการตลาดในส่วนที่เป็น “Trade Promotion” หรือโปรโมชั่นที่ให้กับร้านค้าเพื่อจูงใจให้เกิดการสั่งสินค้าเข้าร้าน ในกรณีที่เป็นเชนโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ อาจจะเป็นการจ่ายให้เพื่อที่จะสามารถผลักดันสินค้าเข้าไปวางขายในสโตร์ในลักษณะของการวางสินค้าในจุดที่เห็น หรือเลือกหยิบสินค้าได้ง่าย อาทิ การทำกองโชว์สินค้า หรือการยอมจ่ายเพื่อที่ให้ได้พื้นที่มุมวงใน หรือหัวเชลฟ์ของหมวดหมู่สินค้านั้นๆ

 

ส่วนการใช้ Pull Marketing หรือ Pull Strategy จะเป็นการทำให้ลูกค้ารู้จัก หรือสนใจในตัวสินค้า ซึ่งอาจจะมีทั้งในรูปแบบของการโฆษณา หรือการส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบผสานความแข็งแกร่งร่วมกันกับการทำ Push Marketing  โดยการใช้กลยุทธ์ Push Strategy นี้ จะเข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้การใช้ Pull Strategy มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในความหมายของ Pull Strategy ก็คือ การดึงให้ลูกค้าสนใจ หรือวิ่งเข้ามาหาสินค้าของเรา อาจจะทำผ่านทั้งการโฆษณา หรือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง รวมถึงการทำรายการส่งเสริมการขาย เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาหาสินค้าของเรา ซึ่งทั้ง Push & Pull Strategy ต้องทำให้สอดคล้อง และไปในทิศทางเดียวกันในแต่ละแคมเปญ โดยเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะได้ผลไม่เต็มที่นัก

ในบ้านเรา มีกรณีศึกษาเกี่ยวกับการใช้ Push & Pull Marketing มากมาย รวมถึงการทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของคาราบาวแดง ที่ประสบความสำเร็จกับการผสาน Push & Pull Marketing ได้อย่างลงตัว จนสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดที่มีมูลค่าราว 2.3 หมื่นล้านบาท

เดิมที คาราบาวแดง จะให้เสริมสุขจัดจำหน่าย จนเมื่อเสริมสุขถูกกลุ่มไทยเบฟซื้อไป คาราบาวแดง จึงต้องมาจัดจำหน่ายด้วยตัวเองเมื่อเดือนกันยายน 2555 โดยตั้งบริษัทจัดจำหน่ายชื่อ บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด ขึ้นมาทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ นอกจากจะลงทุนในการเพิ่มขีดความสามารถในการกระจายสินค้าของบริษัทจัดจำหน่ายของตัวเองแล้ว คาราบาวแดง ยังลงทุนในเรื่องของการสร้างแบรนด์ และการทำตลาดเพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการสร้างทีม “สาวบาวแดง” ขึ้นมา ทำหน้าที่ในการเป็น “หน่วยรบทางการตลาดในพื้นที่”

 

คาราบาวแดง เลือกใช้วิธีการสร้างทีมสาวบาวแดงให้เป็นพนักงานประจำ ซึ่งจะแตกต่างจากรายอื่นๆ ที่จะใช้วิธีเอาท์ซอร์สจากนอกบริษัท การใช้พนักงานประจำ อาจจะมีข้อเสียตรงที่มีต้นทุนที่สูงกว่า แต่ข้อดีก็คือ จะได้ทีมที่เข้าใจดีเอ็นเอของแบรนด์ รวมถึงเข้าใจวัฒนธรรมขององค์กร ที่พร้อมจะถ่ายทอดต่อออกไปให้ผู้บริโภค โดยจะเข้ามาทำหน้าที่ในการกระตุ้นการซื้อของคนแต่ละพื้นที่ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบของการเล่นเกม การโปรโมทสินค้า รวมถึงการทำโปรโมชั่นเพื่อให้เกิดการ Pull Out สินค้าออกจากร้านค้าย่อยที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ

แนวคิดที่ถูกตั้งไว้ตั้งแต่ต้นก็คือ สาวบาวแดง ไม่ใช่พริตตี้ และต่างจากพริตตี้แบบ 100%  ทำให้สาวบาวแดงไม่ใช่ผู้หญิงที่สวย แต่เป็นคนที่อัธยาศัยดี ซึ่งพื้นฐานของคนกลุ่มนี้ก็คือชาวบ้าน เพราะฉะนั้นเวลาไปทำงานกับร้านค้าก็เหมือนไปคุยภาษาเดียวกับพวกเขา ทำให้เมื่อสาวกลุ่มนี้ไปเข้าร้านไหนก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากร้านค้า โดยการทำตลาดกับร้านค้าไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขายหรือผลักดันสินค้าเข้าร้าน แต่มีติดรถไว้ เผื่อร้านนั้นสินค้าขาดก็ลงให้ได้ทันที ถือเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี พร้อมๆ กับการทำหน้าที่เป็นเซลส์ฟอร์ซไปในตัว

สาวบาวแดงทีม จึงเป็นได้ทุกอย่างทั้ง Marketing Arm, ทูตของแบรนด์ หรือแม้แต่การเป็น Salesforce ที่แม้ไม่ได้ตั้งใจมาขาย แต่ถ้าร้านสินค้าหมดก็มีสินค้าลงร้านให้ เพราะการเข้าไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ อาจจะมีการโปรโมท และดึงคนเข้ามาร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัลผ่านการนำฝา หรือตัวสินค้าเข้ามาร่วมในกิจกรรมที่ทำ ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลต่อการขายสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาพของการทำกิจกรรมอาจจะเปลี่ยนไปบ้างในปัจจุบัน โดยอาจจะไม่ใช่การใช้ฝาคาราบาวแดงเข้ามาร่วมสนุก แต่เป็นการนำเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาผสมผสานในการทำ ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของสาวบาวแดงที่จะทำอย่างไรให้มันผสมกันได้อย่างลงตัว อย่างการเล่นกับคนที่เป็นแฟนคาราบาวแดงในไลน์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อ Engage พวกเขาผ่านกิจกรรมที่ทำ

 

หากจะสรุป “แทคติค” ที่ “สาวบาวแดง” ใช้ คงจะออกมาได้ประมาณนี้คือ

 1.สาวบาวแดงส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ พูดภาษาเดียวกันกับลูกค้าและร้านค้า จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าถึงตัวพวกเขา จนกลายเป็นตัวช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับผู้บริโภคและร้านค้า

2.มีโครงสร้างที่ชัดเจนในรูปแบบของพนักงานประจำที่มีการอบรม สร้างขอบข่ายงาน และแบ่งสายงานอย่างชัดเจน ด้วยชื่อเรียกลำดับขั้นที่มีความแปลกใหม่ เช่น เสนาธิการ, ทหารเสือ, ขุนศึก, รองขุนศึก, สาวบาวแดง ผู้ช่วย ม้าเร็ว เป็นต้น การแบ่งโครงสร้างงานที่ชัดเจนแบบนี้ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.เป็นทีมการตลาดที่กล่าวได้ว่าใหญ่ที่สุดของประเทศเพราะมีถึงกว่า 600 คน แบ่งออกเป็น 80 ทีม กระจายกำลังออกเป็น 7 โซน คือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โดยการสร้างทีมที่แข็งแกร่งนั้นยังรวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยวิเคราะห์อย่างตัวแอพพลิเคชั่นของสาวบาวแดงที่ช่วยวิเคราะห์ให้ถึงความหนาแน่นของทราฟฟิกในแต่ละพื้นที่ว่าควรจะเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ไหนก่อน

4.มีความชัดเจนในแง่ของการทำงานที่จะเริ่มจากการออกไปเยี่ยมผู้บริโภคในชุมชนช่วงเช้า หลังจากตลาดวายก็จะเข้าไปเยี่ยมร้าน ติดโปสเตอร์ แบนเนอร์ เรียงสินค้าในตู้แช่ พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับร้านค้าและสร้างสัมพันธภาพที่ดี

5.ผสานกลยุทธ์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อเข้ามาช่วยทำให้สาวบาวแดงบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยช่วงเวลาหนึ่งเคยมีการ Tie In เข้าไปในรายการวิทยุลูกทุ่งมหานคร พร้อมกับใช้สาวบาวแดงเข้าไปในพื้นที่เพื่อหาผู้โชคดีมาเล่นเกม ซึ่งการสร้าง Pull Out ออกมาในรูปแบบเล่นเกมกับ Target Group เช่น เข้าไปตามวินมอเตอร์ไซค์ หรือพ่อค้า แม่ค้าในตลาด จะเป็นอีกตัวช่วยในการสร้างสีสันให้ถูกพูดถึงมากขึ้น

“สาวบาวแดง” จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยที่ทำให้การผสานกลยุทธ์ “Push & Pull Marketing” ทำออกมาได้อย่างลงตัว...

 

โอสถสภารักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่ง คาดยอดขายไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง

M-150 แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลังหนึ่งเดียวของไทย คว้ารางวัล Brand of the Year “Energy Drinks Regional Winner” จากเวที World Branding Awards ต่อเนื่อง

M-150 ผู้นำอันดับ 1 ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เติบโตพร้อมผู้บริโภค พลิกเกมด้วยนวัตกรรม พร้อมสู้ทุกการเปลี่ยนแปลง

SWC รุกตลาดเครื่องดื่มเต็มสูบ เปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ ขนาดใหม่ 10 บาท

วิตอะเดย์ เปิดตัว “เครื่องดื่ม สมุนไพร บ๊วยอุเมะ + วิตามินซี 200%” ชูจุดเด่น อร่อย ชุ่มคอ ชื่นใจ

“คาราบาวแดง” ออกโปรโมชั่นที่ทุกคนรอคอยพร้อมตรึงราคาสินค้าลดค่าครองชีพคนไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact