ส่วนของระดับราคาผู้ประกอบการหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องจากปี 2562 โดยสัดส่วนคอนโดมิเนียมระดับกลาง หรือ Mid Market และซิตี้คอนโดอยู่ที่ 60% นอกจากนี้ตลาดใหม่คอนโดระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทหรือต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตร ทำเลนอกเมืองอยู่ในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า ห้องขนาด 30 ตารางเมตร ในตึก 8 ชั้น หรือ Affordable Market มีจำนวนถึง 3,600 หน่วย คิดเป็น 18% ของอุปทานใหม่ในปี 2563 ในขณะที่เดียวสัดส่วนคอนโดในระดับไฮเอนด์และลักชัวรี่ลดลงเป็นอย่างมาก เหลือเพียง 22% ของคอนโดฯ ใหม่ในตลาดทั้งหมด
สำหรับตลาดรอบใจกลางเมืองมีอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยส่วนใหญ่อยู่บริเวณสุขุมวิทตอนปลาย คิดเป็นประมาณ 20% ของจำนวนคอนโดมิเนียมใหม่ในตลาด ขณะที่ใจกลางเมืองบริเวณสาทร หลังสวน และสุขุมวิทตอนต้น มีคอนโดใหม่เกิดขึ้นเพียง 11% หรือประมาณ 2,250 หน่วยเท่านั้น
แง่ของราคาขายคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวลดลงตั้งแต่ครึ่งปีแรกในอัตรา 16% และปรับลดลงอีก 4% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ในขณะที่ไตรมาสที่ 4 มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เปรียบเทียบราคาที่ลดลงตลอดทั้งปี พบว่าราคาลดลงถึง 11% จาก 141,800 บาทต่อตารางเมตรในปี 2562 เป็น 126,900 บาทต่อตารางเมตรในปี 2563 ปัจจัยจากการที่ผู้ประกอบการลดราคาเพื่อระบายสต๊อก และโครงการใหม่ ๆ ที่เปิดตัวเป็นโครงการระดับกลาง และ Affordable Condo ที่ตอบรับกับความสามารถในการซื้อส่วนใหญ่ของคนกรุงเทพมากขึ้น
แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2564 คาดการณ์ว่าอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 33,000 – 38,000 หน่วย จากโครงการที่ชะลอการพัฒนาไปในปี 2563 และโครงการที่ผู้ประกอบการซื้อที่ดิน และประกาศแผนพัฒนาไว้แล้ว ซึ่งรวมกันมากกว่า 16,000 หน่วย โดยโครงการใหม่จะเป็นโครงการขนาดเล็กและมีราคาขายที่ต่ำลง
ครึ่งปีแรกของปี 2564 ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในระดับต่ำจนถึงไตรมาสที่ 3 ที่คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว น่าจะเห็นความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2563 คือ ในระดับ 30,000 – 35,000 หน่วย