SHA เป็นโครงการความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมเชื้อไวรัส COVID-19 และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งมีททท. เป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมการออกตราสัญลักษณ์
ในเฟสแรกกิจการที่สามารถขอรับมาตรฐาน SHA มีทั้งสิ้น 10 ประเภท คือ 1. ประเภทภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2. ประเภทโรงแรม/ที่พักและสถานที่จัดประชุม 3. ประเภทนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4. ประเภทยานพาหนะ 5. ประเภทบริษัทนำเที่ยว 6. ประเภทสุขภาพและความงาม 7. ประเภทห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8. ประเภทกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9. ประเภทการจัดกิจกรรม การจัดประชุม (MICE) โรงละคร โรงมหรสพ และ 10. ประเภทร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้า
ตราสัญลักษณ์ SHA นี้จะมีอายุ 2 ปี และหากพบว่าผู้ประกอบการไม่สามารถรักษามาตรฐาน SHA ได้ ในเบื้องต้นจะแจ้งให้ผู้ประกอบการพัฒนาและปรับปรุง หากยังไม่สามารถรักษามาตรฐานได้ก็จำเป็นต้องเพิกถอนตราสัญลักษณ์และตัดรายชื่อออกจากฐานข้อมูล SHA
แน่นอนว่าการเริ่มเปิดประเทศหรือความพยายามที่กระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐจะทำให้ตราสัญลักษณ์นี้มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่จะเข้ามาใช้บริการในช่วง 1-2 ปีนี้
นอกจากเครื่องหมาย SHA ที่ทุกคนควรใส่ใจและสังเกตเวลาไปตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ปัจุบันนี้ก็ยังมีอีกหลายสัญลักษณ์ที่เรียกว่าเมื่อไหร่ที่เห็นตราเหล่านี้แล้วก็เป็นอันรับรู้ว่าทุกครั้งที่ซื้อสินค้าและบริการจะเป็นผลดีต่อตัวผู้บริโภคเอง
เราลองมาดูกันว่าจะมีสัญลักษณ์ไหนที่น่าสนใจบ้าง
ทางเลือกสุขภาพ
หนึ่งในพฤติกรรมของคนเมืองบางส่วนที่เป็นความเคยชินที่ส่งผลร้ายกับสุขภาพโดยตรงก็คือ การไม่ออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ส่งผลเสียกับสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และภาวะไตวายเรื้อรัง
ซึ่งทั้งหมดนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมทั้งสิ้น
สัญลักษณ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ จึงถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สังเกตเป็นข้อมูลในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่ดีโดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ให้ผู้บริโภคลดการบริโภคอาหารที่หวาน มัน เค็ม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของโรคกลุ่ม NCDs
ปัจจุบันนี้มีอาหารที่สามารถขอรับเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพได้แล้วทั้งสิ้น 11 กลุ่ม คือ อาหารมื้อหลัก, เครื่องดื่ม, เครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์นม, อาหารกึ่งสำเร็จรูป, ขนมขบเคี้ยว, ไอศกรีม, น้ำมันเเละไขมัน, ขนมปัง, อาหารเช้าธัญพืช, ผลิตภัณฑ์ขนมอบ
อาหารรักษ์หัวใจ
อาหารรักษ์หัวใจเป็นสัญลักษณ์จากโครงการอาหารไทยหัวใจดี Thai Food Good Heart ของมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ที่เน้นมอบให้กับผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านเกณฑ์ โดยเน้นไปที่การลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มใยอาหารสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของหลายหน่วยงานในการลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง สาเหตุการตาย 1 ใน 3 ลำดับแรกของคนไทย
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตติดตราสัญลักษณ์ "อาหารรักษ์หัวใจ" มีอยู่ 5 กลุ่ม คือ ธัญชาติ, อาหารทะเล เนื้อสัตว์, นมและผลิตภัณฑ์นม, น้ำมัน, ถั่วและผลิตภัณฑ์ถั่ว
CertiPUR-US
CertiPUR-US คือตราสัญลักษณ์ที่ใช้รับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม เตียงนอน เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นโฟม Flexible Polyurethane Foam เพื่อไม่ให้มีสารเคมีที่เป็นอันตรายในกระบวนการผลิต ซึ่งสารเคมีที่ CertiPUR-US กำหนดนั้นเป็นสารเคมีที่มีผลข้างเคียงในการก่อมะเร็ง ส่งผลร้ายแรงในระดับพันธุกรรมและเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์
ปัจจุบัน CertiPUR-US ได้ให้การรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้ เตียงนอน, เฟอร์นิเจอร์และหมอนอิง, เปลเด็กอ่อน, หมอน, แผ่นรองนอน เป็นต้น
ปศุสัตว์ OK
ปศุสัตว์ OK เป็นตราสัญลักษณ์ที่จัดทำขึ้นโดยกรมปศุสัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ตั้งแต่การผลิตที่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ ตลอดจนสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์
เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าได้รับเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์มมาตรฐาน และโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกต้อง โดยกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมานั้นต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของกระบวนการผลิตได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค
TUV Rheinland
TUV Rheinland คือผู้ให้บริการตรวจสอบอิสระชั้นนำระดับโลก รวมถึงทดสอบอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และบริการเฉพาะทางอีกหลายด้าน ที่ผ่านมาทาง TUV Rheinland ได้มีการออกตราสัญลักษณ์เพื่อเป็นการรับรองความปลอดภัยของสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มภาพและเสียง รวมไปถึงอุปกรณ์ไอทีที่แสดงผลผ่านจอภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อดวงตาหากมีการใช้งานนานๆ
ในปัจจุบันนี้สินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีเป็นจำนวนมากต่างก็ใช้ตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานของ TUV Rheinland มาเป็นจุดขายทางการตลาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานที่มีเพิ่มขึ้นทั่วโลก