รุ่น Zepp Z เป็นการนำฝีมือช่างนาฬิกาดั้งเดิมอันประณีตมาผสานกับนวัตกรรมในยุคปัจจุบัน ตัวเรือนจึงเป็นไททาเนียมอัลลอยเงางามทั้งชิ้น ไร้รอยต่อ Zepp Z จึงมีน้ำหนักเบาและแกร่งที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง พร้อมกับผิวเคลือบนาโนเทคที่ยิ่งเพิ่มความแกร่งต้านทานการขีดข่วน รุ่นนี้มีผิวสัมผัสที่เรียบเนียน ดีไซน์เม็ดมะยมสุดคลาสสิก หน้าปัดสลักและปุ่มต่าง ๆ ยิ่งเพิ่มความลักชัวรี่ อำนาจการควบคุมผ่านสมาร์ทวอทช์จึงกลายเป็นประสบการณ์การตอบสนองต่อสัมผัสอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
จอแสดงผลแบบ Always-On ของ Zepp Z ให้คุณดูเวลาได้ง่ายๆ แค่ปรายตา พร้อมเมนูสุขภาพ (Health Key) ที่รวมเมตริกชี้วัดให้คุณทราบสถานะได้ทุกอย่าง ความละเอียด 326 ppi และ 100% NTSC สเปคตรัมเฉดสีกว้าง ให้ความละเอียดเป็นที่สุด สีสันสดใส อีกทั้งทัชสกรีนป้องกันรอยนิ้วมือก็ช่วยให้หน้าจออ่านง่ายและชัดเจน
พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพมาครบ
ซีรีส์ Zepp Z และ Zepp E จะนำคุณไปสู่เป้าหมายด้านสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี AI ผนวกกับข้อมูลด้านไบโอเมตริก ตัวเซ็นเซอร์ BioTrackerTM 2.0 PPG จะติดตามอัตราการเต้นของหัวใจของคุณ และช่วยเตือนเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจสูงผิดปกติ ฟังก์ชั่นติดตามการนอนด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ให้ผู้ใช้ติดตามการนอนในช่วงต่าง ๆ ทั้งหลับตื้น หลับลึก ช่วง REM[3] และช่วงตื่น แม้แต่การนอนงีบสั้น ๆ 20 นาทีระหว่างวัน[4] เมื่อทราบคะแนนการนอนโดยรวม ก็สามารถติดตามคุณภาพการนอนและการหายใจได้
ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2)[5] ก็เป็นเมตริกด้านสุขภาพที่สมาร์ทวอทช์สองรุ่นนี้มีให้ เพื่อความสะดวกในการติดตามข้อมูลสุขภาพปัจจุบันที่ดูได้จากนาฬิกา จากนั้นจะบันทึกผ่านแอป Zepp ให้คุณติดตามระดับ SpO2 ดูการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เข้าใจสุขภาพร่างกายของตัวเองได้มากขึ้นกับฟีเจอร์ระบบประเมินสุขภาพ PAI™[6] ที่ช่วยแปลงข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพให้ออกมาเป็นค่ารวมเดียว ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ตัวชี้วัดเกี่ยวกับกิจกรรมและสุขภาพด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เข้าใจสภาวะร่างกายของตนเองได้โดยง่าย
[3] ในการติดตามวงจรการนอน REM จะต้องเปิดใช้โหมดติดตามอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Sleep Assistant ด้วย ในช่วงการนอน REM นั้น ตาของคุณจะเคลื่อนไหวเร็วในทิศทางต่าง ๆ และมักจะฝันในช่วงนี้
[4] การนอนงีบเป็นระยะที่น้อยกว่า 20 นาที จะไม่ถูกบันทึกไว้
[5] ระดับ SpO2 อาจส่งผลต่อออกซิเจนในอวัยวะต่าง ๆ ถ้าค่านี้อยู่ในระดับต่ำ อาจมีอาการวิงเวียน ปวดหัว หรือหัวใจวาย ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลการวัดต่าง ๆ มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือติดตามอาการป่วย นอกจากนี้ การที่เซ็นเซอร์สัมผัสบริเวณผิวที่มีการสักหรือเปลี่ยนโทนสีไป อาจมีผลต่อความถูกต้องของข้อมูล หากต้องการวัดค่า SpO2 ให้วางแขนไว้นิ่ง ๆ
[6] จากการวิจัยโดย HUNT Fitness Study พบว่าผู้ที่รักษาระดับค่า PAI ให้สูงกว่า 100 ได้ จะมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สำหรับงานวิจัยของ HUNT Fitness Study นั้น ดำเนินการโดย Professor Ulrik Wisloff จากคณะแพทยศาสตร์ Norwegian University of Science and Technology ใช้เวลาการศึกษามากกว่า 35 ปี และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 230,000 ราย