ด้วยการทำงานร่วมกับ Apple ผู้บริหารของ Hyundai-Kia เชื่อว่า พวกเขาจะสามารถเร่งการพัฒนาแผนงานสร้างรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและเป็นรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง ขณะที่ปัจจุบัน Hyundai ร่วมมือกับ Aptiv ในการร่วมทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์อัตโนมัติ (รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง - Self-driving Car), รวมถึงรถแท็กซี่หุ่นยนต์ (Robotaxis)
ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจการร่วมทุนนี้จะเปลี่ยนไป และหาก Hyundai บรรลุข้อตกลงกับ Apple โรงงาน Kia ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย มีกำลังการผลิตเหลืออยู่ ดังนั้นการปรับขนาดการผลิต และการดำเนินการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ Hyundai-Kia จึงทำได้ค่อนข้างเร็ว
ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่า Apple Car คันแรกจะมีลักษณะอย่างไร แต่แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับแผนงานดังกล่าวกล่าวว่า มีคุณสมบัติที่โดดเด่น 2-3 ประการ
“Apple Cars คันแรกจะไม่ได้รับการออกแบบให้มีคนขับ” แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว พร้อมแสดงถึงความรู้เกี่ยวกับแผนงานปัจจุบัน “รถยนต์เหล่านี้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ออกแบบมาให้ทำงานโดยไม่มีคนขับตลอดเส้นทางจนถึงจุดหมายปลายทาง” นั่นอาจหมายถึงว่ารถยนต์ของ Apple อย่างน้อยในตอนแรก สามารถเจาะไปที่ตลาดธุรกิจการดำเนินการจัดส่งอาหารแบบแพ็กเกจ และบริษัทที่ให้บริการแท็กซี่หุ่นยนต์ (Robotaxis)
การเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ อาจทำให้ Apple ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเข้าสู่การแข่งขันโดยตรงกับ Tesla
Tesla กำลังเปิดตัวคุณสมบัติขับเคลื่อนตัวเองสำหรับรถยนต์ของตน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ Elon Musk CEO ของ Tesla ได้บอกกับนักลงทุนว่า การเปลี่ยนรถ Tesla ให้เป็นแท็กซี่หุ่นยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง (Self-driving Robotaxis) สามารถช่วยปรับการประเมินมูลค่าของบริษัทได้ เนื่องจากรถยนต์จะถูกใช้งานมากขึ้นหลายชั่วโมงต่อวันทำให้ Tesla มีรายได้ต่อรถสูงขึ้น
เมื่อปี 2018 Apple ได้ดึง Doug Field ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla กลับไปที่ Apple สถานที่ที่เขาเคยทำงานมาก่อน ซึ่งน่าจะกลับไปทำงานเกี่ยวกับรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง Apple ยังได้จ้างอดีตพนักงาน Tesla อีกหลายคนรวมถึง Michael Schwekutsch ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของกลุ่มโครงการพิเศษของ Apple (Senior Director of Engineering for the Special Projects Group at Apple) ซึ่งสมัยเขาอยู่ Tesla นั้น เขาเคยเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla
Cr : CNBC