ความสำเร็จของฟันโอในปีที่ผ่านมา ยังสะท้อนภาพผ่านการได้รับรางวัลในด้านต่างๆ อย่างมากมาย อาทิ รางวัลสุดยอดองค์กรดีเด่นด้านบริหารทรัพยากรบุคคลแห่งภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2563 (HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2020) โดยนิตยสาร HR Asia ซึ่งเป็นนิตยสารที่น่าเชื่อถือและเชี่ยวชาญในด้านบริหารทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นการยกย่องให้ บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นองค์กรที่สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน พัฒนาบุคลากร รวมถึงความเป็นเลิศด้านวัฒนธรรมองค์กร
ก่อนหน้านี้ ยูอาร์ซี ยังได้รับรางวัลเชิดชูและประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการ “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2563” โดยรางวัลนี้แสดงถึงการเป็นสถานประกอบการที่ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยมีการนำเอาระบบคุณภาพต่างๆ มาใช้ในการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย รวมถึงให้ความสำคัญกับผู้บริโภคด้วยการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ จะยังรุกอย่างต่อเนื่องในเรื่องที่ทำไว้ได้ดีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ดิจิทัลมีเดีย ไปจนถึงการวางนโยบายเพื่อตอบรับกับโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่ และการวัดผลกับสิ่งที่ได้ทำไปแล้วทั้งในเรื่องของการขาย และโปรโมชั่น รวมถึงเรื่องการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมีการวางแผนกันในระยะยาว โดยพิจารณาจากข้อมูลการวิจัยในเรื่องเทรนด์ผู้บริโภค และเทรนด์จากทั่วโลกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
แม้กระทั่งเทรนด์ของ New Normal ก็ถูกนำมาพิจารณาว่าต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง และคงไม่ใช่แค่เรื่อง Product Innovation ที่ออกแค่รสชาติใหม่เพียงอย่างเดียว แต่มองไปถึงว่าผู้บริโภคกำลังสนใจ และมองหาอะไร เช่น เรื่อง Health & Wellness หรือเรื่อง Eco Friendly
“เราต้องนำเรื่องเหล่านี้มาผนวกกัน เพื่อที่จะวางแผนระยะยาว 5 ปี เพราะเราคงไม่สามารถทำทุกอย่างได้ภายใน 1 ปี และด้วยความที่ยูอาร์ซีเป็นบริษัทโลคอลกึ่งโกลบอล จึงมีการทำเรื่อง R&D ค่อนข้างมาก และถือเป็นจุดแข็งของเรา ซึ่งทีมการตลาดมีการทำงานกับทีม R&D อย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถผลิตสินค้าออกวางตลาดได้เร็วจากโรงงาน 6 แห่ง ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับโลก เรามีความพร้อมเรื่องคน และมีศักยภาพที่จะทำอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า 5 ปี และมีแต่การออกรสชาติใหม่เพียงอย่างเดียวก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนัก”
คุณฐานันท์ ยังมองว่า การดูเทรนด์ของโลก ดูเทรนด์ของผู้บริโภค หรือการนำผลวิจัยของตลาดมาร่วมวิเคราะห์ จะทำให้เห็นภาพที่กว้างมากขึ้น และสามารถที่จะออกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง โดยสิ่งที่ได้จากการ R&D จะมีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. สินค้าที่เป็น Quick Win ที่สามารถทำออกมาได้เร็ว เพื่อสร้างสีสันทางการตลาด และ 2. สินค้าที่เป็น Big Bet เป็นเรื่องของนวัตกรรมที่แปลกใหม่จริงๆ ที่อาจยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดรวมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบิสกิตซึ่งประกอบด้วยคุกกี้ และแครกเกอร์ มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 10,000 ล้านบาท โดยในระดับ Top 5 ของตลาดรวมเป็นผลิตภัณฑ์ของยูอาร์ซีถึง 3 แบรนด์ ได้แก่ ฟันโอ ดิวเบอร์รี่ และครีมโอ ฟันโอมีส่วนแบ่งตลาด 20% ขณะที่ดิวเบอร์รี่และครีมโอ มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันประมาณ 10% ส่งผลให้ภาพรวมของยูอาร์ซี (ประเทศไทย) มีส่วนแบ่งในตลาดบิสกิตมากเป็นอันดับ 1 ด้วยตัวเลขรวมกว่า 30%
ฟันโอยังมีบทบาทสำคัญใน Brand Portfolio ของยูอาร์ซี ที่มีสินค้าอยู่ 5 กลุ่มหลัก คือ บิสกิต เค้ก เวเฟอร์ ลูกอม และขนมขบเคี้ยว ซึ่งบิสกิตเป็นสินค้ากลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในยูอาร์ซี และมีฟันโอเป็นแบรนด์หลักของกลุ่มบิสกิตที่สร้างรายได้ให้กับทางบริษัทด้วยสัดส่วนรายได้กว่า 50%
คุณฐานันท์ ย้ำว่า การที่แบรนด์ฟันโอสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ได้นั้น เพราะผู้บริโภคมองว่า ฟันโอสามารถตอบโจทย์เขาได้มากที่สุด ทั้งในแง่ของคุณภาพ ราคา และความเป็น Brand Love ดังนั้นการจะรักษาความเป็นเบอร์ 1 ให้คงอยู่ตลอดไป เราจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ เพราะการเป็นเบอร์ 1 คือ การเป็นผู้นำ “คำว่า ผู้นำ ไม่ใช่แค่การเป็นผู้นำทางการตลาด แต่เราต้องเป็นผู้นำถึงเรื่องนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคและต้องนำเสนอสิ่งดีๆ ที่ในประเทศไทยยังไม่มี หรือมีคนทำแล้วแต่ยังทำได้ไม่ดีพอ หรือเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่ยังไม่มีใครนำมาตอบโจทย์ผู้บริโภค เราก็ต้องเป็นคนแรกที่นำมาตอบโจทย์ ตรงนี้จึงเป็นเหมือนความสัมพันธ์ เมื่อเราให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคก็จะตอบแทนกลับมา” คุณฐานันท์ กล่าว