สืบเนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำและมีข้อจำกัดการเว้นระยะห่างเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 จึงต้องให้นักเรียนที่สามารถเรียน และต้องมีการสอบวัดผลประเมินผล มาเรียนก่อน คือนักเรียนระดับประถม มัธยม ส่วนระดับอนุบาลเพื่อความปลอดภัยให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้มีผู้บริจาคลดลงอย่างมาก การดำเนินชีวิตของคนตาบอดก็ลำบากมากขึ้นการคนปกติทั่วไปรวมทั้งการได้รับการศึกษาด้วย ทั้งนี้โรงเรียนเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไรจากการดำเนินงาน ดังนั้น งบประมาณหลักจึงมาจากการบริจาค โดยโรงเรียนได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพียงร้อยละ 20 ส่วนร้อยละ 80 เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อขอการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ซึ่งรายจ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 8 แสน ถึง 1 ล้านบาท ทั้งนี้ทางโรงเรียนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ อาทิ ขายอาหารแห้งของดีภาคตะวันออก เปิดหน่ายงานฝีมือของนักเรียน จัดคอนเสิร์ตออนไลน์ทุกสัปดาห์ เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดูแลทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร การจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกอบรมเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นต้น ผู้อำนวยการ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ กล่าวในตอนท้าย