AirPay (แอร์เพย์) แพลตฟอร์มการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทยเมื่อ 6 ปีก่อน ส่วนใหญ่ จะรุกเข้าตลาดการชำระเงินประเภทไลฟ์สไตล์ อาทิ การเติมเกม ดูหนัง จนปี 2019 AirPay เข้ามาเป็นหนึ่งในช่องทางการ ชำระเงินบน Shopee และในปีนี้ 2021 ได้รีแบรนด์จาก AirPay เป็น ShopeePay
ทำไมต้องรีแบรนด์ จาก AirPay เป็น ShopeePay ?
ถ้ามองในมุมของการตอบคำถามง่ายๆ Payment คือหัวใจสำคัญของช้อปปิ้งออนไลน์ในยุคปัจจุบัน การที่ทำให้ ผู้บริโภคจ่ายเงินได้ง่ายที่สุด คือเรื่องสำคัญมาก ยิ่งสะดวกยิ่งเพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อนั่นเอง ยิ่งแบรนด์ที่เป็นชื่อเดียวกัน จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้นชิน พ่วงมาถึงการได้สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ในภูมิภาคเอเชียนั้น ต่างประเทศส่วนใหญ่จะมี ShopeePay อยู่แล้ว เพราะ Shopee เข้าไปทำตลาดการ AirPay แต่ที่ประเทศไทย AirPay เข้ามาทำการตลาดก่อน จึงใช้ชื่อ AirPay มาตลอด
การใช้งาน ShopeePay ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 2563
o ยอดการชำระเงินผ่านโมบายวอลเล็ทมีมูลค่ารวมกว่า 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ
o ยอดผู้ชำระเงินผ่านบริการโมบายวอลเล็ทมีจำนวนกว่า 23.2 ล้านคน
จำนวนการทำธุรกรรมผ่าน ShopeePay บนแพลตฟอร์ม Shopee เติบโตขึ้น 4 เท่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19
จำนวนร้านค้าบน Shopee ร้านค้าของแบรนด์บน ShopeeMall อยู่ในหลักพัน ผู้ขาย (Active Sellers) บนแพลตฟอร์ม Shopee มีจำนวน 1 ล้านราย ประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรก โดยการจับจ่ายผ่าน ShopeePay บน Shopee Home & Living, Beauty & Personal Care, Mobile & Gadget
รายงานของ We Are Social ระบุว่าในปี 2563 ผู้บริโภคไทยหันมาใช้บริการดิจิทัลเพย์เม้นต์ผ่านแอพพลิเคชั่นเพิ่ม ขึ้น 68.1% ซึ่งถือว่ามากกว่า 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลก
การประกาศรีแบรนดิ้งของแอร์เพย์ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาวและพันธกิจของช้อปปี้ ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อีโคซิสเต็ม ผ่านการบริการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน และ การดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ
อีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเร่งปรับตัวของผู้บริโภคและการพัฒนาการอย่างก้าว กระโดดของการชำระเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Payment) ของคนไทย สอดคล้องกับผลสำรวจในช่วงที่มี แคมเปญส่งท้ายปี ที่พบว่า ลูกค้าชำระเงินผ่านช่องทางทางกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ หรือช้อปปี้เพย์ (ชื่อเดิม แอร์เพย์) นั้นมี จำนวนเพิ่มมากขึ้น เป็นอีกสัญญาณที่ชี้ชัดว่า พฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยกำลังมุ่งสู่โลกดิจิทัล โดยระบบชำระเงิน ดิจิทัลได้กลายเป็นทางเลือกหลักในการชำระเงิน และผู้บริโภคนั้นกำลังเข้ามามีส่วนร่วมกับสังคมไร้เงินสดมากขึ้น เช่นเดียวกัน”
การฉายภาพประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างช้อปปี้เพย์และช้อปปี้
ที่จะสนับสนุนการขยายโอกาสทางธุรกิจและก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องหน้าร้าน ในขณะที่ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์มาก มายจากแบรนด์ เครือข่ายพันธมิตร รวมถึงบริการที่ครอบคลุม ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว
ยกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
การเป็นพันธมิตรกับช้อปปี้ ผ่านบริการช้อปปี้เพย์ สามารถช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาว เนื่องจาก แพลตฟอร์มของช้อปปี้มีฐานผู้ใช้งานออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงร้านค้าบนโลกออฟไลน์ และช่วยให้ ธุรกิจส่งมอบประสบการณ์ด้านการชำระเงินที่ไร้รอยต่อครอบคลุมทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยหลังจาก ที่มีการเปิดตัว ShopeePay Voucher[1] (หรือในชื่อเดิมคือ Scan & Pay Voucher) การทำธุรกรรมผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ เติบโตขึ้นถึง 9 เท่า ภายในระยะเวลา 3 เดือน
ชูบริการชำระเงินดิจิทัล ส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ลูกค้า
ช้อปปี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยให้ความสำคัญในการเป็นแพลตฟอร์มโมบายเฟิร์ส (Mobile First) หรือการใช้งานผ่านมือถือ
เป็นหลัก มีความเข้าใจในทุกไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง รวมถึงความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการทำธุรกรรมต่างๆ และการ ชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือ กลยุทธ์ความร่วมมือกับช้อปปี้ครั้งนี้ จะเข้ามาเสริมประสบการณ์การช้อปปิ้งในหลากหลาย มิติและส่งมอบบริการที่ครอบคลุม นักช้อปจะได้รับความสะดวกสบาย ที่มากับพร้อมความเชื่อมั่นในระบบที่ปลอดภัย และตัวเลือกสิทธิประโยชน์มากมาย ผ่านการชำระเงินอย่างง่ายดายบนโทรศัพท์มือถือ
ความปลอดภัย : นักช้อปสามารถจับจ่ายได้อย่างวางใจ ด้วยการเข้ารหัสและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวด้วย ระบบการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนอัตโนมัติ (OTP) พร้อมการเข้าใช้งานด้วย Passcode และด้วยช้อปปี้เพย์ ผู้ใช้งาน สามารถชำระเงินออนไลน์ เติมเงินในกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ โอน-ถอนและเติมเงินอย่างง่ายดายได้หลายวิธี ทั้งการชำระ ผ่านบัตรเดบิต/เครดิต การโอนเงินผ่านธนาคาร ช่องทางออนไลน์ของธนาคาร และร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วม
ความสะดวกสบาย : ยกระดับประสบการณ์ช้อปตอบทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล มอบความสะดวกสบายและคุ้มค่าที่มากขึ้น ผู้ใช้งานพบกับฟีเจอร์ใหม่ๆ จากช้อปปี้เพย์ที่ถูกออกแบบเพื่อเชื่อมโยงโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน ผู้ใช้งาน สามารถใช้ช้อปปี้เพย์ได้ทั้งในช่องทางออนไลน์บนแอพพลิเคชั่นและช่องทางออฟไลน์ ณ ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก ร้านอาหารหรือจุดให้บริการของพันธมิตรออฟไลน์ อาทิ Google Play, AIS, Major Cineplex, SF Cinema, Mister Donut, Auntie Anne's, Dunkin Donuts, Au Bon Pain, Baskin Robbins, D'Oro และ Foodland Supermarket ให้ทุกประสบการณ์ การใช้จ่ายเป็นเรื่องง่ายไร้กังวล
ความคุ้มค่า : โปรดีขาช้อปยิ้มกว้างกับโปรโมชั่นเด็ด ดีลดี และสิทธิพิเศษที่มอบความคุ้มค่าให้ผู้ใช้งานทั้งในช่องทาง ออนไลน์ และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด การรับเงินคืนในรูปแบบช้อปปี้คอยน์ และคูปองส่วนลดค่าจัดส่งบนช้อปปี้ รวมถึงการสร้างประสบการณ์พิเศษร่วมกับร้านค้าพันธมิตร ด้วยเอ็กซ์คลูซีฟดีลเฉพาะการใช้จ่ายผ่านช้อปปี้เพย์ อาทิ ShopeePay Voucher 1 สตางค์
หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลครึ่งปีแรก ด้วยมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ 4.4 Mega Shopping Day[2]
ช้อปปี้ถือเป็นผู้บุกเบิกเทศกาล 9.9 Shopping Day ในปี 2559 ซึ่งกลายมาเป็นกิจกรรมประจำปีที่ประสบความสำเร็จเป็น อย่างมาก และส่งมอบคุณค่าหลากหลายให้แก่แบรนด์ ร้านค้า และผู้ใช้งาน ในปีนี้ ช้อปปี้ได้สร้างสรรค์อีกหนึ่งปรากฏ การณ์ใหม่ในวงการอีคอมเมิร์ซ คือ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นในการมอบความคุ้มค่าแก่ นักช้อปต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยปกติแล้วโปรโมชั่นส่วนมากมักจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี แต่ช้อปปี้ตั้งใจที่จะเปิดเกมรุกก่อน