โมเดลการหารายได้ของค่ายเพลง ประกอบด้วยขาหลักๆ อย่างรายได้จากการจำหน่ายแผ่นซีดี อัลบั้มเพลง รายได้จากยอดดาวน์โหลด รายได้จากโชว์บิซ และรายได้จากการใช้คาแร็กเตอร์ศิลปินผูกเข้ากับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าในปัจจุบันเรื่องของการขายอัลบั้มหรือยอดดาวน์โหลดนั้น ลืมไปได้เลย เพราะคนฟังย้ายตัวเองเข้าไปสู่สตรีมมิ่งกันหมดแล้ว ทำให้ค่ายเพลงยุคนี้ต้องพูดถึงการเป็น Entertainment Hub เพื่อการอยู่รอด ปรับโมเดลใหม่ทั้งหมด
อย่างค่ายเพลงน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวนั่นคือ “28 Recording Label” เป็นค่ายเพลงเลือดใหม่ที่ร่วมก่อตั้งโดย แอม พิธาน องค์โฆษิต บริหารโดย พรหมสร ริ้วภากร และ ดนยา สุขะวิริยะ กรรมการบริหาร บริษัท 28 เรคคอร์ดดิ้ง เลเบิ้ล จำกัด และ มหิธร พงษารัตน์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ตั้งเป้าให้ “28 Recording Label” เป็น Entertainment Hub
พรหมสร ริ้วภากร กล่าวถึงจุดเด่น และแนวคิดหลักในการก่อตั้ง “28 Recording Label” นี้ว่า “แม้เราจะอยู่ในยุคที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือการที่คนยังเสพผลงานเพลงเพื่อสร้างความสุขในชีวิต ซึ่งเรามองเห็นช่องทางในการเติบโตของธุรกิจด้านนี้ จึงได้คิดทำค่ายเพลงขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงที่โลกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ COVID-19 ยิ่งทำให้ศิลปินผลิตงานออกมามากขึ้น และแม้คู่แข่งทางออนไลน์จะเยอะขึ้น แต่ก็ตามมาด้วยคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเคยตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำให้เมืองไทยเป็น Hub ของวงการเพลง โดยเราจะเริ่มบุกตลาดจากในแถบในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน เพราะเชื่อว่าคุณภาพของศิลปินบ้านเรามีความพร้อมที่จะเติบโตไปได้อีกไกล”
ด้าน ดนยา สุขะวิริยะ เสริมว่า “เราแตกต่างจากค่ายเพลงอื่นตรงส่วนผสมหลากหลายที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฟชั่น ดนตรี ศิลปะ ที่เราให้ความสำคัญในการนำมาพัฒนาคาแร็กเตอร์ของศิลปินเป็นอย่างมาก รวมถึงบุคลากรที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นบุคคลคุณภาพ มีประสบการณ์การทำงานในระดับสากล และสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพที่สามารถใช้รุกตลาดต่างประเทศได้ ที่สำคัญค่ายของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดแบบทีมเวิร์ค”
โดย “28 Recording Label” ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์หลัก 5 ส่วน ในการบุกตลาดไทย และสากล ดังนี้
1. การสร้างสรรค์เพลงยอดนิยม (Hit Song) ของศิลปินให้กลายเป็นเพลงฮิตเพื่อสร้างรายได้ในช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม, งานจ้าง และสปอนเซอร์ชิป ด้วยแนวดนตรีสมัยใหม่ที่มีความติดหู สามารถเข้าถึงคนได้ง่าย
2. การสร้างไอดอล คือการปลุกปั้นศิลปินให้กลายเป็นไอดอล ด้วยการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ดนตรี และศิลปะ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นให้กับศิลปิน และเกิดเป็นออร์แกนิกส์แฟนที่สนับสนุนศิลปินนั้นๆ
3. ทีมงานระดับโลกจากเวทีแกรมมี่อวอร์ด ที่ทางค่ายเฟ้นหาให้มาร่วมเป็นเบื้องหลังการผลิตเพลงคุณภาพ
4. ห้องอัดมาตรฐานสากล ที่ทางค่ายเลือกใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งเพลงที่มีคุณภาพสามารถไปสู่สากลได้
5. การร่วมมือระหว่างแบรนด์ (Brand Collaboration) อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ในการเดินหน้าปั้นศิลปินให้ระดับโลกจับตามอง โดยเริ่มประเดิมโปรเจ็กต์แรกกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ โพนี่สโตน(PONY STONE) ที่มาสร้างสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษให้กับทาง “28 Recording Label” โดยมีศิลปินสาว ดา เอ็นโดรฟิน เป็น พรีเซ็นเตอร์
สำหรับทิศทางการพัฒนาแบรนด์ในอนาคตทาง “28 Recording Label” มองไว้ว่าอาจจะเพิ่มเรื่องการพัฒนาแนวดนตรี และศิลปิน ให้ครอบคลุมในเซ็กเม้นต์ (Segment) มากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดเป็นค่ายย่อยที่มีแนวดนตรีแตกต่างกัน อาทิ แนว T-POP สำหรับจับตลาดกลุ่มผู้หญิง Gen Z และ Gen X ที่มีความชื่นชอบในแนวเพลงป๊อปแดนซ์ โดยจะเริ่มประเดิมจากการเปิดค่ายย่อยภายใต้ชื่อ “JAMSTER” ที่เปิดโอกาสสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ