นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายคนคงทราบดีว่า ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โดนผลกระทบขั้นรุนแรง หลายแบรนด์ล้มหายตายจาก หลายแบรนด์ยังคงประคับประคอง ปรับตัว อยู่ต่อได้
คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด (Food Factors) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากโควิด-19 เปลี่ยนสภาพแวดล้อมตลอดจนสภาพคล่องของผู้คน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนเริ่มหันมาทำอาหารกินเอง บ้างก็ใช้บริการสั่งอาหารดิลิเวอรี่ ซึ่งแม้ว่าวันนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น แต่พฤติกรรมการบริโภคของผู้คนยังไม่กลับมา จำนวนการใช้บริการร้านอาหารยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ
แต่ตรงกันข้าม ธุรกิจอาหารในประเทศไทยกลับมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจหมวดหมู่ QSR (ร้านอาหารบริการด่วน) Delivery และ Take Away
“ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความรวดเร็ว และสะดวกสบายทำให้ธุรกิจหมวดหมู่ QSR, Delivery และ Take Away เติบโตขึ้นตามไปด้วย”
ปี 2560 ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารทุกประเภท มีมูลค่าประมาณ 836,997 ล้านบาท โดยร้านอาหารบริการด่วนมีมูลค่าประมาณ 105,962 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 12.7% ของทั้งตลาด ร้านอาหารดิลิเวอรี่ สั่งกลับบ้านมีมูลค่าประมาณ 29,180 ล้านบาท คิดเป็น 3.5%
นอกจากนี้ Euromonitor (ยูโรมอนิเตอร์) ยังประเมินธุรกิจร้านอาหารดิลิเวอรี่และสั่งกลับบ้านไว้ว่า จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 11.7% ต่อปี และคาดว่าภายในปี 2565 มูลค่าตลาดร้านอาหารบริการด่วนจะมีมูลค่าสูงถึง 138,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 5.5%
ฟู้ด แฟคเตอร์ที่เล็งเห็นโอกาสและช่องว่างทางการตลาดจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอาหาร ได้เข้าร่วมลงทุนกับ บริษัท เคที เรสทัวรองท์ฯ (KTR) ร้านซานตา เฟ่ สเต๊ก เพื่อขยายธุรกิจและสร้างเติบโต แตกไลน์โมเดลร้านรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “SANTA FE’ EASY” (ซานตา เฟ่ อีซี่) ที่เน้นความรวดเร็วในราคาคุ้มค่า เน้นทำตลาดด้วยทำเลศูนย์การค้าขนาดเล็ก อาคารสำนักงาน และปั๊มน้ำมัน เพื่อนำพาตัวเองเข้าประชิดผู้บริโภค สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่และตลาดที่กำลังเติบโต ทั้งยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่อีกด้วย