เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิตและช่วยสานฝันให้แก่ผู้คน
“เทคโนโลยีนั้นมีพลังที่จะเปลี่ยนโลกได้ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตมือถือทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เช่น การใช้จ่ายแบบไร้เงินสด การซื้อของออนไลน์ และบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิง” ดร.หวัง เฉิงลู่ กล่าว
“อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตมือถือ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่สมาร์ทโฟนกำลังพบกับแรงกดดัน ยอดขายของสมาร์ทโฟนทั่วโลกเริ่มลดลง ในปี พ.ศ. 2561 และในปี พ.ศ. 2563 ก็มีอัตราการเติบโตที่ลดลงจนอยู่ที่ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้บริโภคใช้งานโทรศัพท์มือถือก็คงที่อยู่ในระดับ 4-5 ชั่วโมงต่อวันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 แล้ว แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมได้เดินมาถึงจุดเปลี่ยนและจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” ดร. หวัง เฉิงลู่ กล่าวต่อ
“แล้วอะไรคือโอกาสในการพัฒนาสำหรับยุคต่อไป การแสวงหานวัตกรรมทางเทคโนโลยีของเราไม่เคยสิ้นสุด เนื่องจากผู้คนเป็นเจ้าของอุปกรณ์อัจฉริยะกันมากขึ้น เราจึงต้องการให้อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแทนที่จะทำงานแยกกัน เป้าหมายของเราคือทำให้การเชื่อมต่อแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกลายเป็นความจริง และเปลี่ยนให้อุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลายสามารถทำงานร่วมกันได้ กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียว”
“ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อสมาร์ทวอทช์ตรวจจับได้ว่าผู้ใช้งานหลับไปแล้ว แสงไฟในห้องก็จะดับลงโดยอัตโนมัติ และเครื่องปรับอากาศก็จะปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเพื่อให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น ประสบ การณ์เช่นนี้จะทำให้เหมือนคุณมีผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ที่บ้าน แต่เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน การจะทำให้ทุกอุปกรณ์เชื่อมโยงถึงกันจึงเป็นเรื่องยาก และการจะไปให้ถึงระดับที่มีการเชื่อมต่อถึงกันอย่างอัจฉริยะยิ่งยากขึ้นไปอีก ดังนั้นการจะสร้างวิถีชีวิตที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมดได้นั้น อุปกรณ์ต่างๆ จะต้องสื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน”