ทองหล่อถือเป็นทำเลที่ถูกโฉลกกับ “ตัน ภาสกรนที” มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายมาจากชลบุรี เพื่อเข้ามาตั้งรกรากใหม่ ในกรุงเทพฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน ทองหล่อนี้แหละที่เป็นที่แรกที่เขาเริ่มทำธุรกิจ
ธุรกิจแรกของเขาก็คือ ร้านทำกรอบรูป ต่อมาขยายธุรกิจเว็ดดิ้ง สตูดิโอ เขาก็เลือกที่จะทำในย่านทองหล่อ และหลังจากนั้นเมื่อเขาคิดที่จะทำร้านอาหารญี่ปุ่น เขาก็เลือกที่จะเปิดที่ทองหล่อ และกลายเป็นต่นกำเนิดแบรนด์โออิชิในเวลาต่อมา
“ผมคิดว่าทองหล่อเป็นทำเลที่เหมาะกับการทำธุรกิจใหม่ๆ เพราะมีกำลังซื้อ และผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์เปิดรับกับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ”
“ตัน” มีที่ดินหลายแปลงในทองหล่อรวม 20 ไร่ ล่าสุดเขาเพิ่งเจรจาขายที่ดินบริเวณ Arena 10 ให้กับค่ายอสังหาฯ เดอะออริจินส์ แต่สำหรับที่ดินเกือบ 3 ไร่ตรงปากซอยสุขุมวิท 40 หน้าซอยทองหล่อเดิมทีเป็นร้านทำกรอบรูปรองรับธุรกิจเว็ดดิ้งสตูดิโอในสมัยนั้น แม้จะมีคนมาติดต่อขอซื้อ 2,000 ล้านบาท เขาก็ไม่ขาย “ตัน” ให้เหตุผลว่า
1.อยากเก็บที่ดินไว้ และต้องการพัฒนาเอง โดยเลือกที่จะทำธุรกิจอาคารสำนักงาน เพราะอย่างน้อยกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ยังอยู่ในมือ
2.ทำไมไม่เลือกทำโรงแรม ก็เพราะย่านสุขุมวิทมีซัพพลายโรงแรมในปริมาณมาก ผิดกับอาคารสำนักงานที่มีซัพพลายน้อยกว่าดีมานด์ และดีมานด์มีมากขึ้นเรื่อยๆ
3.“ตัน” ยกธุรกิจนี้ให้กับทายาท “วริษา ภาสกรนที” โดยมองว่าที่ดินแปลงนี้มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะแก่นักธุรกิจมือใหม่อย่างลูกสาว
4.“ตัน” มีความได้เปรียบในการทำธุรกิจอาคารสำนักงาน เนื่องจากเป็นเจ้าของที่ดินเอง แง่นี้จึงได้เปรียบเรื่องต้นทุน โดยเขาซื้อที่ดินนี้ในราคา 1,000 ล้านบาทเมื่อ 15 ปีก่อนปัจจุบันราคาเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว
5.หลายปีที่ผ่านมา Occupancy Rate ตึกออฟฟิสทั้งเก่า และใหม่ตั้งแต่อโศกถึงทองหล่อที่มีอยู่ 2 แสน ตรม. เต็มเกือบ 100% เกิด Pending Demand มากขึ้นเรื่อยๆ
6.T-ONE จะกลายเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอที่ร้อนแรงในอนาคต ล่าสุดมียอดจองแล้วกว่า 40% ภายในเวลา 3 เดือน และคาดว่าจะเต็มตอนโครงการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2561
ทั้งนี้ T-ONE มีมูลค่าการลงทุน 3,000 ล้านบาท ตัวอาคารสูง 34 ชั้น พื้นที่ 43,700 ตรม. และยังเป็นอาคารสำนักงานแห่งแรกของไทยที่ใช้ Auto Parking และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 10 ปี