ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล และพลังงานทดแทนไบโอดีเซล อีซูซุจึงมีความตั้งใจที่จะให้การสนับสนุนนโยบายดังกล่าวของภาครัฐ ส่งผลให้ปัจจุบันรถทุกคันที่ผลิตจากโรงงานอีซูซุทั้งรถปิกอัพ รถอเนกประสงค์ และรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยการใช้น้ำมันไบโอดีเซล นอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่ส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ การสนับสนุนใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้มากขึ้น นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มมีรายได้ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะไบโอดีเซลทำให้ควันไอเสียสะอาดขึ้น จึงสามารถช่วยลดมลภาวะของฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมาก
ที่สำคัญ นโยบายนี้ยังส่งผลต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามแนวทางการประหยัดน้ำมันที่อีซูซุกำหนดไว้เป็นนโยบายสำคัญตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
นอกจากการสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ในปี 2558 อีซูซุยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถกระบะเมืองไทย ด้วยการแนะนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่ “Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในอุตสาหกรรมรถกระบะระดับโลก ด้วยจุดเด่นของขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ดีเซลขนาดต่ำกว่า 2,000 ซีซี. แต่ให้แรงม้าสูงกว่า และมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ยอดนิยมของอีซูซุรุ่นเดิม 2,500 ซีซี. ที่มีขนาดใหญ่กว่า
ที่น่าสนใจ คือ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ “Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” ยังช่วยสร้าง “พลังงานสะอาด” ที่ให้ค่ามลพิษต่ำสุด รองรับมาตรฐานสูงสุด Euro 6 อันเข้มงวดในอนาคต อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน และส่งผลให้เครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นทันทีที่ออกสู่ตลาด
กระแสความแรงนี้ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่อุตสาหกรรมรถปิกอัพอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้อีซูซุมีความแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์ และคุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity) ในทุกด้าน ด้วยเพราะมีเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากผู้จำหน่ายอีซูซุซึ่งมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกระจายอยู่กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับปี 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดรถยนต์โดยรวมของประเทศไทยหดตัวลงเป็นอย่างมาก และมียอดจำหน่ายรวมเหลือเพียง 792,146 คัน เนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทรถยนต์ในประเทศไทยมียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อีซูซุเป็นเพียงแบรนด์รถยนต์หลักแบรนด์เดียวที่มียอดขายสูงกว่าปี 2562 ด้วยยอดจำหน่ายรวม 168,215 คัน
อีซูซุยังประสบความสำเร็จด้วยการสร้างสถิติสูงสุดในหลายๆ ด้าน โดยเป็นแบรนด์รถยนต์หลักเพียงแบรนด์เดียวในตลาดรถยนต์เมืองไทยที่มียอดจำหน่ายสูงกว่าปี 2562 ถึง 7.7% ในขณะที่ตลาดรถยนต์โดยรวมหดตัวลงมากถึง 21.4%
อีซูซุยังครองความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถปิกอัพส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 43.9% และครองอันดับ 1 ในตลาดรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า 50%