“เพจ Jaytherabbit ไม่มีนโยบายการซื้อไลค์เพื่อขายเอเยนซี และไม่มีนโยบายแชร์ออกไปด้วยการเล่นเกม ต่ายจะสื่อสารกับลูกเพจตรงๆ ในเรื่องของการรับโฆษณา ถ้าใช่ก็บอกเลย จะไม่มีการ Tie-in เพราะมองว่าไม่แฟร์กับตัวสินค้า และลูกเพจ รวมถึงความรู้สึกของตัวเอง หากต้องการทำของพรีเมียมก็จะนำเงินของสปอนเซอร์มาผลิต ลูกเพจห้ามเสียเงิน ของจริงต้องแจกเท่านั้น ซึ่งการสื่อสารที่เป็นเรื่องจริงคนในอินเตอร์เน็ตจะแฮปปี้กว่า และการทำแคมเปญทุกครั้งจะมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นแคมเปญที่ลูกเพจได้รับประโยชน์ ถ้าลูกเพจไม่ได้อะไรก็จะไม่ทำ”
ความสำเร็จของเจ๊ต่ายในวันนี้ไม่ใช่เรื่องทางธุรกิจ แต่เป็นการที่เพจสามารถช่วยเหลือคนได้จริงๆ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยมาขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือกับเจ๊ต่ายเป็นจำนวนมากตลอด 3 – 4 ปีที่ผ่านมา
“หน้าบ้านกับหลังบ้านเป็นคนละเรื่องเลย หลังบ้านเศร้ามากแต่หน้าบ้านสนุกสนาน เพราะเราจะไม่โพสต์เรื่องที่ดูเศร้าเพื่อเรียกคะแนนสงสาร เราพยายามคอนโทรลให้เพจเป็น Lifestyle Page เพราะคนมีหลายมิติ เพจจึงดูเหมือนคนปกติ คนจึงรู้สึกว่าเจ๊ต่ายมีตัวตน วันนี้นอยด์ วันนี้หิว วันนี้อยากดูบอล อยากช้อปปิ้ง ความสำเร็จของต่ายคือการได้ทำเพจดีๆ มีโอกาสได้รู้จักกับคนดีๆ มากมาย มีคนชอบเราโดยที่ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ซึ่งจุดพีคสุด คือ วันที่มีแฟนเพจครบ 2 แสนคน ตอนนั้นมีแคมเปญขอคุยกับเจ๊ต่ายวันละ 1 หมื่นคน เราคลิกไลค์ทุกคอมเม้นต์ที่เข้ามาคุย เรามั่นใจว่าคุยครบ 2 แสนคน”
คุณต่าย ยังมองว่า ความเป็นเน็ตไอดอล หรือเซเลบริตี้ พอถึงจุดหนึ่งจะเกิดการทะเลาะกับตัวเองว่า ฉันดัง ฉันต้องแคร์พวกเธอด้วยเหรอ และเริ่มโพสต์อะไรที่เรื่อยเปื่อยแบบไม่สนใจใคร เพราะเกิดความรู้สึกว่า ตนเองเป็นดาราไปแล้ว
“แต่วันนี้ Jaytherabbit ยังเป็นเหมือน Facebook Account ทั่วๆ ไป ไม่ได้ถือว่า เจ๊ต่ายเป็นเน็ตไอดอล เราจึงยังเป็นเพจที่มีความเป็น Facebook Account ค่อนข้างสูง เราไม่ได้แชร์ผลงานว่าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์อะไรมาบ้าง แต่จะแชร์ว่าไปทำงานอะไรมาบ้าง เป้าหมายของเราคือการเป็น Online Celebrity เป็นคนดังในโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ได้เป็นคาแร็กเตอร์ที่ทำเมอร์เชนไดส์ เรามีความภูมิใจหลายเรื่อง เช่น ได้มีโอกาสทำงานที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ ได้ทำในสิ่งที่คิดไว้ในแง่ของการตลาด เป็นเพจแรกๆ ที่รับทำเรื่องแบรนด์ และทำแคมเปญให้กับหลากหลายแบรนด์ ได้เป็น Line Official เจ้าแรก เป็นสติ๊กเกอร์ไลน์เจ้าแรกที่เป็นคาแร็กเตอร์ไทย ได้ทำไลน์คาเมร่าสติ๊กเกอร์ และอีกหลากหลายงานระดับอินเตอร์ที่วันนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ จึงเป็นความภูมิใจลึกๆ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีคาแร็กเตอร์การ์ตูนที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนไทยเลย แต่ตอนนี้เราได้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีการ์ตูนมากที่สุดในโลกแต่เขาให้ความสนใจกับเรา”
คุณต่าย ย้ำว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเพจ Jaytherabbit เป็นผลมาจากการมีพื้นฐานของดาต้าเบสที่ดี คือ การมีลูกเพจที่เป็น “เพื่อนเพจ” เป็นพลังของเพื่อน เพราะถ้าเป็นแฟนคลับไม่นานก็หาย แต่ถ้าเป็นเพื่อนก็จะอยู่กันตลอดไป เพราะเทรนด์ของเน็ตไอดอลไม่ได้มีอยู่ตลอดไป แต่เฟสบุ๊คที่เป็นเพื่อนกันยังมีอยู่ต่อไป