1. ธุรกิจค้าปลีก (Retail) ด้วยการนําข้อมูลเชิงตําแหน่งและพื้นที่มาใช้ในการวิเคราะห์ และนําเสนอมุมมองใหม่ ๆ ไปสู่การตัดสินใจทางกลยุทธ์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด ด้วย 2 โซลูชั่น คือ โซลูชั่น Market Planning and Site Analysis วิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขาย รวมถึงการปรับ-รวม-ย้ายสาขา ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการหาข้อมูลและการสํารวจ และ โซลูชั่น Trade Area and Zone Planning วิเคราะห์พื้นที่ให้บริการจากตำแหน่งสาขา เพื่อกำหนดขอบเขตให้บริการ พื้นที่ครอบคลุม หรือพื้นที่ทับซ้อน และรูปแบบการให้บริการ ทำให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนค่าขนส่ง และจัดสรรสินค้าได้ตรงกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น
2. สมาร์ทซิตี้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจําเป็นต้องมีข้อมูลเชิงตําแหน่ง (Location-based) เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางผัง ออกแบบ และวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการนําเทคโนโลยี GIS เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ นําไปสู่การพัฒนาโซลูชั่นให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองอัจฉริยะด้านต่าง ๆ รวมทั้งระบบบริหารจัดการ และติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องการเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทันต่อเหตุการณ์ เช่น งานการจัดการภัยพิบัติต่าง ๆ และงานติดตามสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 และระบบติดตามสถานการณ์นํ้าท่วมในพื้นที่ เป็นต้น
3. โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม (AEC) โซลูชั่นที่นำเอาความสามารถของการทำงานเชิงพื้นที่ ประยุกต์ใช้สำหรับงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและการก่อสร้าง ช่วยลดความซ้ำซ้อนและอำนวยความสะดวกในการทำงาน เริ่มตั้งแต่การออกแบบ วางผัง และการจำลองอาคารในรูปแบบ 3 มิติ รวมถึงระบบวิศวกรรมการซ่อมบำรุง นอกจากนี้ ArcGIS ยังเพิ่มความสามารถด้านแผนที่ สำหรับผู้ใช้งาน AutoCAD และการบูรณาการชั้นข้อมูล GIS เพื่อช่วยในการประเมินผลกระทบทางด้านสภาพแวดล้อมได้อีกด้วย