สำหรับพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างและบริจาคห้องอาบน้ำ รวมมูลค่า 8 ล้านบาท ทั้ง 29 บริษัท ได้แก่ บริษัท สยาม มัลติคอน จำกัด, บริษัท คอนสตรัคชั่น ไลนส์ จำกัด, บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท วิศวภัทร์ จำกัด, บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน), บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด,บริษัท วีนายน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด,บริษัท โตโยโบ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โปรเจค ไดเรคชั่น จำกัด, บริษัท เอสทีม 106 จำกัด,บริษัท โมบิไลซ์ จำกัด, บริษัท พี เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด,บริษัท นิวอีเล็คติคัล เทคโนโลยี จำกัด,บริษัท สยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด,บริษัท ธงไทโชติ 2005 จำกัด,บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัท สหสินไทยค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด,บริษัทโนวาเทร็นด้า จำกัด, บริษัท บุญถาวร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด,บริษัท โมดูลั่ม จำกัด,บริษัท ไทยสแทร์ จำกัด,บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน),บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย),บริษัท แกรนด์ โฮมมาร์ท จำกัด,บริษัท บิทิชีโน (ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท บิ๊กไพศาลโปรเจค จำกัด และ บริษัท วิชั่น แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด
ทั้งนี้ แสนสิริ ได้เดินหน้านโยบาย “Sansiri Care…เพราะเราห่วงใย” อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว เพื่อยกระดับคุมเข้มความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงสุดในการรับมือสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านการดูแลครอบครัวแสนสิริกว่า 100,000 ครอบครัว ตลอดจนลูกค้าที่เยี่ยมชมโครงการ พนักงาน พันธมิตรและสังคม ด้วย 3 มาตรการ คือ ป้องกัน ดูแล และรับมือ รวมทั้งจัดทำโครงการ “Sansiri Care for All’ เพื่อช่วยเหลือสังคมผ่านการบริจาคสิ่งของแก่ชุมชนข้างเคียง และตั้งกองทุน “Sansiri Care Relief Fund” เพื่อดูแลพนักงานแสนสิริและพันธมิตรด้านบริการในโครงการต่างๆ อาทิ แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่างอาคาร ฯลฯ หากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากการเสียสละดูแลครอบครัวแสนสิริ ด้วยกองทุนตั้งต้น 5 ล้านบาทจากเงินบริจาคส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงอีกด้วย