ลีดเดอร์ทำอย่างไร
เมื่อมองเข้ามาที่ส่วนแบ่งตลาด จะพบว่า ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ยังคงเป็นผู้นำตลาด มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35 - 37% ตามมาด้วย วิตอะเดย์ ของบริษัท เจเนอรัล เบฟเวอเรจ แชร์ 28% ส่วนที่ 3 เป็นของแบรนด์ B’lue มีแชร์ประมาณ 15% โดยแบรนด์เบอร์ 1 อย่างยันฮี วิตามิน วอร์เตอร์ ยังคงมีจุดแข็งมาจากภาพของผู้เชี่ยวชาญในฐานะของการเป็นโรงพยาบาลเพื่อสุขภาพและความงามอย่างครบวงจร ต่อยอดสู่การเปิดตัวเครื่องดื่มผสมวิตามิน ที่มีคอนเซ็ปต์ “ดื่มดี…มีวิตามิน” และทำการตลาดโดยเป็นน้ำดื่มที่ให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้ทดลองดื่ม จากนั้นก็เริ่มขยายตลาดสู่ช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ
แน่นอนว่า การแข่งขันที่รุนแรงของตลาด ทำให้ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ต้องมีการขยับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขัน อย่างในปีที่ผ่านมา ก็มีการออกสินค้าใหม่ จากเครื่องดื่มผสมวิตามิน B มาสู่ เครื่องดื่มผสมวิตามิน C ซึ่งเป็นการเสริมไลน์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น
ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็มีการเปิดตัว2 รสชาติใหม่ คือ กลิ่นสตรอเบอรี่และกลิ่นลิ้นจี่จากปัจจุบันที่มีวางจำหน่าย 2 รสชาติคือยันฮี วิตามิน วอเตอร์ผสมวิตามิน B ฝาสีเหลืองและผสมวิตามินซี ฝาสีส้ม
ขณะเดียวกันด้านแผนการตลาด ได้เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดื่มผสมวิตามินด้วยการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ชูจุดเด่นของยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ด้วยงบกว่า 150 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำตลาดในสเตปนี้ของยันฮี วิตามิน วอเตอร์ จะมีการขยายช่องทางขายเพิ่มขึ้น โดยเริ่มขยับเพิ่มช่องทางขายผ่านร้านค้าที่เป็นโอเพ่นเทรด หรือร้านโชวห่วยเพิ่มขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการขายเข้าสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยยันฮี วิตามิน วอเตอร์ มีการทำโปรโมชั่นเข้ามาสนับสนุน อาทิ จัดกิจกรรมพิเศษรับปี 2564 เอาใจคนรักสุขภาพ กับกิจกรรม “ฝายันฮี วิตามิน วอเตอร์ มีค่า อย่าทิ้ง” เพียงสะสมฝา ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ให้ครบ 6 ฝา บวก เงิน 2 บาท แลกฟรี “ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ขนาด 460 มล. 1 ขวด ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
การขยายช่องทางขายมาสู่ร้านค้าปลีกดั้งเดิมหรือโชวห่วยในครั้งนี้ มีการแต่งตั้งให้โอสถสภาเป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งถือเป็นสเตปที่ 2 ที่ตลาดมีการเติบโตจนมูลค่าตลาดขยับขึ้นมาแตะเกิน 3 พันล้านบาท
ถือเป็นการขยายช่องทางขายให้ครอบคลุมได้มากที่สุด เพื่อรองรับกับความต้องการที่มีเพิ่มมากขึ้น เป็นการขยับตัวของผู้นำตลาดที่ต้องการจะผลักดันให้ตลาดยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จากปัจจัยสนับสนุนในเรื่องของการตื่นตัวในการมองหาเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในภาวะที่คนไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้เครื่องดื่มวิตามิน วอเตอร์ เข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ด้วยการที่ตลาดไม่มี Barrier of Entryทำให้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง
หรือว่า วิตามิน วอเตอร์ กำลังเดินตามรอยของตลาดชาเขียวในอดีตที่มีสินค้าอยู่ในตลาดทีเดียว 30 – 40 แบรนด์....