Q : ช่วยเล่าประวัติคร่าวๆ หน่อยครับ
A : 3 ปีที่ผ่านมา ผมได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจให้กับโรบินสัน ทั้งในส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจศูนย์การค้า และการผลักดันธุรกิจให้ก้าวสู่ OMNI CHANNEL ในอนาคต โดยหลังจากนี้ ผมจะรับหน้าที่ในฐานะผู้นำคนใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อการบริหารธุรกิจทั้งหมดของบริษัทฯ ต่อไปครับ
Q : ภาพรวมการแข่งขันในตลาดค้าปลีก และของโรบินสันตอนนี้เป็นอย่างไร?
A : ผมจะเปรียบเทียบในมุมของค้าปลีกในต่างประเทศกับในไทยนะครับ เห็นได้จากในต่างประเทศห้างค้าปลีกจะปิดตัวมากกว่าเปิด จะเป็นค้าปลีกรายย่อยที่เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ซะส่วนใหญ่ที่เข้ามาแล้วสู้ไม่ไหว แต่ถ้ามองในมุมค้าปลีกในไทย เรามีพื้นฐานธุรกิจค้าปลีกที่แข็งแรงกว่าต่างประเทศ เช่น จีน อเมริกา และสิงคโปร์ เป็นต้น เพราะตลาดค้าปลีกในไทยถูกถือครองโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย จึงสามารถสร้างปรากฏการณ์ มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้กับตลาดอยู่ตลอด การแข่งขันจึงไม่หนักเท่าตลาดต่างประเทศ ซึ่งภาพรวมค้าปลีกในไทยยังมีทิศทางการเติบโตที่ดีอยู่
โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม เพิ่มขึ้น 4.2% กำไรสุทธิ เติบโต 19.8% ส่งผลให้ผลประกอบการรวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.3% และมีกำไรสุทธิโต 6.4% โดยปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้ และกำไรเติบโต มาจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่า ทั้งจากสาขาเดิม และการขยายสาขาล่าสุดอย่างศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ เพชรบุรี ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งการ Renovate สาขา ในรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 2 สาขา คือ สาขาสระบุรี และราชบุรี
Q : ตอนนี้ธุรกิจหลักของโรบินสันมีอะไรบ้าง และโฟกัสไปที่อะไรเป็นหลัก?
A : ธุรกิจของโรบินสันประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ 1. Department Stores (44 สาขา) 2. Lifestyle Shopping Malls (19 สาขา) 3. Brand Management (6 แบรนด์) 4. Robins Vietnam (2 สาขา)
ซึ่งฟอร์แมตของ Lifestyle Shopping Malls ของโรบินสัน มี 3 รูปแบบคือ
1. ขนาดเล็ก (Size S) หรือ “Compact Size” พื้นที่ 28,000 – 30,000 ตารางเมตร โดยเป็นโมเดลใหม่ที่นำมาใช้กับสาขา “กำแพงเพชร” ที่จะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ โดยใช้งบลงทุนการ 800 ล้านบาท บนพื้นที่ 28,000 ตารางเมตร