อีกไม่นานเกินรอ เราคงได้รู้กันว่า การใช้การเมืองนำการตลาดด้วยการที่รัฐบาลสหรัฐฯในยุคประธานาธิบดี Trump คว่ำบาตร Huawei ของจีนโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงนั้น ทำสำเร็จหรือไม่ ทำให้สมาร์ทโฟนของ Huawei ไม่สามารถแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนกับ iPhone ของ Apple ซึ่งเป็นแบรนด์อเมริกันได้จริงหรือไม่
ผลที่เกิดขึ้นในช่วงแรกดูจะเป็นเช่นนั้น การคว่ำบาตรดังกล่าวส่งผลให้สมาร์ทโฟน Huawei ซึ่งเคยเติบโตจนเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นคู่แข่งสำคัญของ iPhone ของ Apple ในช่วงเวลานั้น ต้องมียอดขายตกลงมาอยู่ที่อันดับที่ 6 ของโลก และมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนโลกเพียง 4% ในไตรมาสแรกของปีนี้
แต่ดูเหมือนว่า เกมนี้ต้องดูกันยาวๆ อย่างสำนวนที่พูดกันติดปากว่า "สงครามยังไม่จบ อย่างเพิ่งนับศพทหาร"
ทั้งนี้เพราะ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Huawei ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่พัฒนาขึ้นเองอย่างเป็น ทางการบนสมาร์ทโฟน ซึ่งระบบปฏิบัติการนี้จะถูกติดตั้งในสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ หลากหลายประเภท ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ของ Huawei ดูเหมือนจะแสดงว่า Huawei พร้อมที่จะนำระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ของตน เข้าสู่สมรภูมิ เปิดศึกชิงความเป็นผู้นำระบบปฏิบัติการในสมาร์ทโฟนกับระบบปฏิบัติการ Android ของ Google และ iOS ของ Apple แล้ว
Huawei ได้เปิดตัว HarmonyOS โดยเริ่มจากบนสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตน Mate 40 และสมาร์ทโฟนแบบพับได้ Mate X2, สมาร์ทวอทช์ Watch Series 3 และ แท็บเล็ต MatePad Pro โดยในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคประเภทอื่น ๆ
HarmonyOS ของ Huawei เปิดตัวในปี 2019 หลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ Huawei โดยปิดไม่ให้เข้าถึงระบบปฏิบัติการ Android ของ Google การเคลื่อนไหวดังกล่าวพร้อมกับการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่จำกัดการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญ ได้ทำให้ธุรกิจสมาร์ทโฟนของ Huawei ได้รับผลกระทบอย่างหนักเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่มันเคยมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก
Huawei ได้พัฒนา HarmonyOS มาตั้งแต่ปี 2016 และเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่
บริษัทยังอ้างว่าเป็นเรื่องง่ายสำหรับบรรดานักพัฒนา ในการสร้างแอปที่สามารถทำงานได้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถทำงานในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเอร์เน็ตได้มากมาย ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ (Wearables) รวมถึงทีวี ซึ่งการมุ่งเน้นให้ HarmonyOS สามารถทำงานบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลากหลายนี้ เป็นวิธีหนึ่งที่ Huawei พยายามทำให้ระบบปฏิบัติการของตนแตกต่างจาก Android ของ Google และ iOS ของ Apple ซึ่งจะส่งผลให้ HarmonyOS ของ Huawei มีตลาดกว้างขึ้นด้วย
Ben Wood หัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย CCS Insight กล่าวว่า “HarmonyOS ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connected Devices) ต่างๆ และตลาดนี้กำลังเติบโตซึ่งเป็นเป้าหมายของ Huawei”
Huawei ยังหวังว่า จะสามารถทำตามความเป็นผู้นำของ Apple ได้ โดยการมีแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เดียวที่ขยายไปในทุกทิศทาง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นในการใช้งานให้กับลูกค้า ที่ซื้ออุปกรณ์หลากหลายใช้งาน และเชื่อมต่อกันด้วยระบบนิเวศเดียวกันของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น
ทั้งนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Huawei ยังได้ประกาศว่า โทรศัพท์รุ่นเก่าหลายรุ่นของ Huawei จะสามารถอัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น HarmonyOS ได้ การอัปเกรดเหล่านี้จะเริ่มตั้งแต่วันพุธและต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
บริษัทได้กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ Huawei เกือบ 100 รายการที่แตกต่างกัน ได้รับการตั้งค่าให้รองรับ HarmonyOS ในประเทศจีนในปีนี้ และก่อนหน้านี้ Huawei ได้กล่าวว่าอุปกรณ์ 300 ล้านเครื่องจะทำงานบน HarmonyOS ในปีนี้
Wang Chenglu ประธานแผนกซอฟต์แวร์ของ Huawei Consumer Business Group (President of Huawei Consumer Business Group's Software) ซึ่งเป็นผู้นำความพยายามของ Huawei ในการพัฒนา HarmonyOS ตั้งแต่ปี 2016 ได้กล่าวว่า Huawei ตั้งเป้าที่จะมี HarmonyOS บนสมาร์ทโฟน 200 ล้านเครื่อง และบนอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ (Smart Devices) ของบริษัทอื่น (Third-party) 100 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้
และ Huawei ยังเข้าใจดีว่า แอปคือสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ระบบปฏิบัติการ Harmony OS ของ Huawei ประสบความสำเร็จในตลาดโลกดังเช่น Android ของ Google และ iOS ของ Apple ที่ครองตลาดอุปกรณ Mobile ในปัจจุบัน
ซึ่ง Huawei ได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับแอป และกับขนาดความคุ้มค่าทางธุรกิจ (Scale) ของบริษัทเป็นอย่างมาก ประกอบกับองค์ประกอบสำคัญอีกประการคือ จำนวนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ที่ HarmonyOS สามารถทำงานได้กับอุปกรณ์เหล่านั้น จะสามารถช่วยดึงนักพัฒนาแอปจำนวนมากมาที่แพลตฟอร์มได้
ในเรื่องนี้ Neil Shah หุ้นส่วนของ Counterpoint Research กล่าวกับ CNBC ว่า "HarmonyOS สามารถ ดึงดูดนักพัฒนา (Developer Ecosystem) และเพิ่มฐานการติดตั้งบนอุปกรณ์ที่หลากหลายได้เร็วมาก นักพัฒนาจำนวนมากจะเห็นประโยชน์ที่มากมาย ไม่มีปัญหาไก่กับไข่”
Huawei มีชุดแอปต่างๆ เช่น การทำแผนที่ (Mapping) และเบราว์เซอร์ (Browser) ภายใต้แบรนด์ที่เรียกว่า Huawei Mobile Services (HMS) ซึ่งคล้ายกับ Google Mobile Services และมีชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่สามารถใช้เพื่อรวมสิ่งต่างๆ เช่น บริการระบุตำแหน่ง เข้ากับแอพ ปัจจุบัน HMS มีนักพัฒนาที่ลงทะเบียนแล้ว 2.7 ล้านคนทั่วโลก
Huawei ยังมีร้านแอพของตัวเองชื่อ App Gallery ที่เป็นเช่นเดียวกับ Play Store บน Android ของ Google และ App Store บน iOS ของ Apple ปัจจุบัน App Gallery มีผู้ใช้งานรายเดือน 540 ล้านคนทั่วโลก
Shah ได้กล่าวเสริมว่า "ในขณะเดียวกัน Huawei ได้เปิดระบบปฏิบัติการให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่นที่เป็น Third-party เช่นเดียวกับ Android ของ Google หากบรรดาบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่ หรือผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ตัดสินใจที่จะนำ HarmonyOS มาใช้ นั่นก็จะช่วยให้ตลาดของ Harmony OS ยิ่งเติบโตมากขึ้นอีก"
แม้ว่า HarmonyOS จะประสบความสำเร็จในตลาดบ้านเกิดของ Huawei คือจีน แต่ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญในตลาดต่างประเทศ
Android ของ Google และ iOS ของ Apple ครองตลาดระบบปฏิบัติการในตลาดอุปกรณ์มือถือ (สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต) และในสมาร์ทวอทช์ Apple มี WatchOS ในขณะที่ Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Wear เวอร์ชันปรับปรุงเมื่อเดือนที่แล้ว รวมทั้งยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ทั้ง 2 ราย ยังให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิงในรถยนต์ด้วยเช่นกัน
ทั้ง 2 บริษัทยังมีฐานนักพัฒนาแอพจำนวนมาก และมีแอพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกบนแพลตฟอร์มของพวกเขา แต่นี่ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ Huawei สามารถต่อสู้ได้
อย่างไรก็ตาม Shah กล่าวว่า “สิ่งเดียวที่ HarmonyOS ยังขาดอยู่คือ นักพัฒนาชาวตะวันตกรายใหญ่”
แม้ยังมีอุปสรรคบางประการที่ท้าทายความสำเร็จของ Harmony OS ในตลาดโลก แต่โอกาสของความสำเร็จที่ Harmony OS ของ Huawei ของจีน จะก้าวขึ้นเป็นขั้วอำนาจที่ 3 เป็นตัวเลือกใหม่ ในสมรภูมิระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์ Mobile และอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connected Devices) ประเภทต่าง ๆ ในตลาดโลก ก็มีอยู่สูงเช่นกัน
Cr : CNBC / REUTERS
Source
Source