“จากจุดนี้เองที่เป็นความท้าทายและโอกาสใหม่ของแบรนด์ในการทำการบ้านให้ลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อเจาะเข้าไปในกลุ่มลูกค้าใหม่ของบ้านเดี่ยวเอพี ทั้งกลุ่มลูกค้าคอนโด หรือคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในทาวน์โฮมหรือบ้านหลังเดิมของครอบครัว และต้องการขยับขยายเป็นเจ้าของบ้านของตัวเอง จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว แบรนด์แคมเปญใหญ่อีกครั้ง “HOMEMADE STORY 2 - เทรนด์ติดบ้าน” เพื่อต่อยอดความสำเร็จและย้ำอัตลักษณ์แบรนด์บ้านเดี่ยวเครือเอพี ต้นแบบคอนเซ็ปต์การพัฒนา ‘บ้านที่เป็นมากกว่าบ้าน’ เป็นบ้านเพียงหนึ่งเดียวในตลาดที่จะเติมเต็มพลังชีวิตให้ผู้อาศัย” พิมพรรณ กล่าวเสริม
โดยนำ 2 กลยุทธ์หลัก ที่เป็นจุดต่างสร้างความสำเร็จของบ้านเดี่ยวเครือเอพี มาใช้เป็นแกนในการสื่อสารผ่านแคมเปญ ‘HOMEMADE STORY 2 - เทรนด์ติดบ้าน’ ในครั้งนี้ ได้แก่ 1. โมเดลบ้านที่ดีที่สุด คิดจากอินไซต์จริงเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้อาศัย อาทิ แปลนบ้านหน้ากว้าง ที่สามารถเพิ่มมุม Work from Home หรือ เรียนออนไลน์พร้อมรับแสงธรรมชาติ การออกแบบห้องนอนพร้อมระเบียงที่กว้าง เพิ่มมุมพักผ่อนปลูกต้นไม้ใหญ่ได้จริง หรือพื้นที่สวนข้างบ้านขนาดพอดีสำหรับทำสวน พร้อมบ้านหลังเล็กสำหรับสัตว์เลี้ยงของครอบครัว เป็นต้น และ 2. นวัตกรรมบ้านที่เข้าใจชีวิต ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวมภายในบ้านหนึ่งหลัง ที่มีรายละเอียดการออกแบบที่ตอบโจทย์ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ตลอดจนฟังก์ชันส่วนกลาง พื้นที่สีเขียวในโครงการ และสังคมที่ดีในภาพใหญ่ของคอมมูนิตี้บ้านเดี่ยวเอพีให้เกิดขึ้นไปในขณะเดียวกัน ซึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดในเครือบ้านเดี่ยวเอพี ทั้งแบรนด์ CENTRO, THE CITY, THE PALAZZO และ BAAN KLANG KRUNG รวม 40 โครงการทั่วกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการรวม 53,760 ล้านบาท ก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสเปซฟังก์ชันที่มากกว่า ตอบโจทย์การใช้งานร่วมกัน รวมถึงความอบอุ่นและความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวทั้ง เพศ วัย ไลฟ์สไตล์ ความต้องการพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส่วนร่วมภายในบ้านหนึ่งหลัง ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละทำเลได้อย่างสมบูรณ์