คุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) อธิบายให้ฟังว่า Bioplastics ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
Polylactic Acid (PLA) ไบโอพลาสติกที่ย่อยสลายได้ มีลักษณะเป็นพลาสติกที่แข็ง ใส มีความเปราะบาง ซึ่งเราจะคุ้นเคยกันในรูปแบบของแก้วน้ำพลาสติกใส มีสัญลักษณ์สามารถย่อยสายได้
Polybutylene Succinate (PBS) ไบโอพลาสติกที่สามารถทนความร้อนได้ถึง 100 องศาเซลเซียส มีความยืดหยุ่นกว่า PLA พบเห็นได้ในรูปแบบของแก้วกระดาษใส่เครื่องดื่มร้อน หลอด ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่าย มีความยืดหยุ่น
Biocompound ไบโอพลาสติกที่ผสมผสานระหว่าง PBS และ PLA มักเห็นในรูปแบบของช้อนส้อมพลาสติก แปรงสีฟันรักษ์โลก เป็นต้น
แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าอันไหนไบโอพลาสติกแท้ อันไหนไบโอพลาสติกเทียม?
คุณวิบูลย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ไบโอพลาสติกแท้ จะสามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมี ลดปัญหาไมโครพลาสติกที่ตกค้างในธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ทางการเกษตรอีกด้วย แต่ก็ยังมีข้อเสียตรงที่มีราคาสูง ซึ่งไบโอพลาสติกแท้ จะมีฉลากยืนยันวัตถุดิบ เป็น Compostable และมีมาตรฐานรับรองในรูปแบบของ ASTM D6400, EN 13432, ISO 17088, มอก. 17088-2555 และ GC Compostable ในฉลากการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งผู้บริโภคสามารถมองหามาตรฐานรับรองเหล่านี้ได้
ส่วน ไบโอพลาสติกเทียม จะเป็นพลาสติกที่เปราะบาง แตกสลายได้ง่าย นำมารีไซเคิลไม่ได้ ก่อให้เกิด Microplastics ปนเปื้อน กำจัดยากเมื่อแตกสลายไม่สามารถย่อยสลายเองได้ ซึ่งแน่นอนว่า ไบโอพลาสติกเทียม มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ซึ่งผู้บริโภคอาจถูกทำให้เข้าใจผิดด้วยการมีฉลากยืนยันวัตถุดิบว่าเป็น OXO Degradable /Degradable /EDP ซึ่งก็คือ Microplastics นั่นเอง หรือมีมาตรฐานรับรองในรูปแบบของ ASTM D5511:2018