นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาธุรกิจพาณิชย์ตลาดผู้บริโภคของ LINE ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะธุรกิจหลักอย่างLINE STICKERS ที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานสติกเกอร์เทียบเคียงกับครีเอเตอร์ระดับโลก เพื่อใช้บนแพลตฟอร์มของ LINE มาตั้งแต่ปี 2557เราเห็นถึงศักยภาพการพัฒนาขยายธุรกิจ ในด้านของการทำธุรกิจลิขสิทธิ์ (Licensing) และธุรกิจจำหน่ายสินค้า (Merchandising) ในการขยายธุรกิจส่วนของธุรกิจเพลง LINE MELODY ที่เปิดตัวในปี 2562 ที่ผ่านมาLINE จึงได้ปรับโครงสร้างธุรกิจพาณิชย์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดกลุ่มธุรกิจใหม่‘LINE Consumer Business’เพื่อพัฒนาและผลักดันธุรกิจพาณิชย์ต่างๆเริ่มต้นด้วย 3บริการได้แก่ LINE STICKERS, LINE MELODY และ LINE ดูดวงที่กลับมาด้วยโฉมใหม่ให้มีบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรทางธุรกิจของเราอีกด้วย”
ในปี 2563 ที่ผ่านมา ธุรกิจพาณิชย์ภายใต้ LINE Consumer Business เติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยมีครีเอเตอร์ไทย
ผู้สร้างสรรค์สติกเกอร์ร่วมงานกับ LINE (LINE Creators) ถึงกว่า 700,000 ราย มีสติกเกอร์วางจำหน่ายในตลาดของประเทศไทยกว่า 3.6 ล้านชุด และมีร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนจาก LINE STICKERS (LINE Verified Reseller) มากกว่า 12,000 ร้านค้า ในขณะเดียวกันได้เริ่มมีการต่อยอดความสำเร็จจาก LINE CREATORS MARKET ในการทำธุรกิจด้านลิขสิทธิ์ (Licensing) โดยได้ผนึกกำลังกับ เอไอเอส แบรนด์แถวหน้าของเมืองไทยในการพัฒนาให้สติกเกอร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ด้วยสติกเกอร์ชุดพิเศษกว่า 80 ชุด ที่ถูกใช้โดยลูกค้า AIS กว่า 3 ล้านราย ซึ่งความสำเร็จจากความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นการตอกย้ำก้าวแรกของธุรกิจ Licensing ได้เป็นอย่างดี ด้าน LINE MELODYเสียงเรียกเข้าและเสียงรอสายเมื่อโทรผ่าน LINE Callก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคน จากการเปิดใช้งานเพียง 2 ปีและมีคลังเพลงทั้งสิ้นกว่า 30,000 เพลงจากกว่า 36 พันธมิตรค่ายเพลง และ Music Distributors ทั้งไทยและต่างประเทศและมีการทำแคมเปญพิเศษร่วมกับค่ายเพลงและศิลปินต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
“ในปี 2564 นี้ เรายังคงมุ่งมั่นเชื่อมต่อผู้ใช้ ข้อมูล และบริการให้ใกล้กันมากขึ้น (Closing The Distance) โดยได้นำความรู้ (Knowledge) และความเชี่ยวชาญ(Know-how) ทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคในระดับสากล มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการให้บริการLINE Consumer Business ในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์การยกระดับ
งานครีเอทีฟไทยสู่ธุรกิจระดับโลก(Local Creativeness to Global Business)โดยแยกตามบริการทั้ง 3 รูปแบบได้อย่างลงตัว” นายนรสิทธิ์ กล่าวเสริม