สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้การปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในครั้งนี้ จะมีการนำเอาจุดแข็งของทั้ง 2 ธนาคารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำ แต่การวางกลยุทธ์ทั้งหมด จะเริ่มจากการนำ Insight ของลูกค้า เข้ามาเป็นแกนหลักในการทำ โดย คุณกาญจนา เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังว่า มีการทำ Branding Exercise โดยเริ่มจากการหามุมมองของลูกค้าว่า มีมุมมองต่อธนาคารพาณิชย์ในภาพรวมอย่างไร และ ttb มีความเหมือนหรือความต่างกันอย่างไร สิ่งที่เราพบก็คือ ลูกค้าจะมองว่า แบงก์เป็นสถาบันขนาดใหญ่ ไม่ค่อยสนใจลูกค้าเท่าไร จ้องเอาเปรียบลูกค้า สนใจลูกค้าเพียงแค่ช่วงจะขายของ อันนี้ ไม่ใช่ทูเวิร์คของทีเอ็มบี หรือธนชาต แต่เป็นแบงก์ในภาพรวม เขามองว่าแบงก์จ้องหาประโยชน์จากลูกค้า
“จากมุมมองดังกล่าว เราก็เลยหันมามอง ไหนๆ เราจะรวมกันแล้ว ก็ไม่อยากแค่รวมกันเฉยๆ แค่เอา 1 +1 มาเท่ากับ 2 แล้วก็เอาข้อดีมารวมกันเท่านั้น แต่เราอยากตั้งต้นจาก Brand Purpose ว่า เรามี Purpose ร่วมกันอย่างไร หรือแบรนด์จะอยู่ร่วมกันกับลูกค้าอย่างไร”
การ Rebrand มาสู่ ttb จึงเริ่มต้นจากการใช้ Purpose หรือเป้าประสงค์ของแบรนด์ เป็นตัวขับเคลื่อน โดยวางเป้าประสงค์ไว้อย่างชัดเจน
“การเริ่มต้นจาก Brand Purpose จะเป็นเรื่องของความแตกต่างที่ ttb มี นั่นคือเราจะดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วอีกอันที่เราอยากให้มันแตกต่างจากธนาคารอื่นก็คือ เราไม่ใช่แค่ขายสินค้า ให้ลูกค้าเป็นทรานสเซกชั่น แค่ขายประกันหรือเงินฝาก แต่ทำอย่างไร ให้เราเป็นแบงก์ที่ดูแล ในเรื่องชีวิตทางการเงินของลูกค้าโดยรวม ttb อยากเป็นแบงก์ที่เกิดขึ้นมา หรือรวมกันเพื่อเข้ามาช่วยดูแลชีวิตการเงินของลูกค้าให้ดีขึ้น โดยตอนแรกที่เราได้คอนเซ็ปท์นี้มา เรามีการเช็กกับลูกค้าว่าเคยมีแบงก์ไหนพูดกับลูกค้าแบบนี้บ้าง ก็ยังไม่เคยมีใครทำ จึงเป็นโอกาสที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ให้ลูกค้าสามารถจับต้องความแตกต่างที่เรานำเสนอให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม”
ว่าไปแล้ว การมี Brand Purpose ที่ชัดเจน เป็นเหมือนการมี Guiding ที่ทำให้คนภายในองค์กรสามารถทำงานได้ตรงตามเป้าประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่ทำเกี่ยวกับเรื่อง Strategy จะรู้ว่า จะวาง Strategy อย่างไร เช่นเดียวกับทีมงานที่ทำเรื่อง Product Design ก็จะรู้ว่า จะทำโปรดักท์การเงินอย่างไร เพื่อทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น หรืออย่างคนที่ทำเกี่ยวกับ Customer Touch Point ก็จะรู้ว่าจะ Deliver หรือสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการทำจะอยู่ที่การปรับกระบวนการทำงานภายใน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำตั้งแต่ผู้บริหารระดับบนจนถึงพนักงาน เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยกาญจนา บอกว่า หลังการทำในเรื่องนี้มากว่าปี คนในองค์กรเริ่มเข้าใจ และรู้แล้ว แต่ก็ไม่ทั้งหมด ซึ่งต้องทำงานกันต่อไป นาทีนี้ คนในองค์กรรู้ว่าจะต้องทำให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าดีขึ้น แต่บางคนยังไม่รู้ว่า ในหน้าที่ของตัวเองจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้สามารถส่งมอบคำมั่นสัญญาตรงนั้น จึงพยายามสื่อความลงไปถึงทุกระดับ
“สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ หลังจากที่เราลงไปพูดคุยกับแต่ละ Business Unit พอทุกคนได้ยิน ก็รู้สึก Inspiring และพร้อมที่จะก้าวเดินไปบน Brand Purpose ดังกล่าวซึ่งแบงก์ที่จะทำอย่างนี้ได้ ต้องเป็นแบงก์ที่ไม่มี Silo ถ้าเราทำงานแบบแบงก์เดิมๆ ที่เป็น Silo ก็ทำได้ยาก ซึ่งว่าไปแล้ว แบรนด์ ttb นี้ ถูก Develop มาเป็นปี มันไม่ใช่แค่เรื่องของโลโก้ หรือ Philosophy แต่มันเป็นเรื่องของความท้าทายทางธุรกิจมากกว่าทำอย่างไรให้มันจับต้องทางธุรกิจได้”
การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Brand Purpose จะเข้ามามีส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถผลักดันแบรนด์ให้เข้าไปยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าได้ ซึ่งการก้าวข้ามจากแค่การขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาสู่การขายโซลูชั่นที่เข้ามาช่วยยกระดับชีวิตทางการเงินของลูกค้าในแต่ละช่วงอายุ รวมถึงในแต่ละโมเม้นต์ของลูกค้าได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ลูกค้าเชื่อใจ และยอมพูดคุยถึงปัญหาทางการเงินที่ตัวเองประสบอยู่ เพื่อที่จะสามารถหาโซลูชั่นเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขาได้