โดยหนึ่งในปัจจัยของการเติบโต สู่ความสำเร็จในครึ่งแรกของปี 2564 ของโนเกีย มาจากการเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้บริโภค เพื่อค้นหาความต้องการอย่างแท้จริงในยุคปัจจุบันท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลง พบส่วนหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นคือ ผลกระทบจากช่วงมาตรการล็อกดาวน์ และการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เร่งให้เกิดการปรับตัวของธุรกิจ และรูปแบบชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกช่วงวัยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทั้งด้านการเรียน การทำงาน อีกทั้งด้านรองรับการใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปฯ “เป๋าตัง” “หมอพร้อม” และแอปฯ ธนาคาร สมัคร โอน เติม จ่าย ส่งผลให้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขึ้นแท่นเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ด้วยยุคเศรษฐกิจรัดตัว ผู้บริโภคต่างมองหาโทรศัพท์มือถือที่ดีไซน์สวย มีความคงทนใช้งานยาวนาน ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน และที่สำคัญคืออยู่ในราคาระดับที่จับต้องได้ ทั้งนี้ โนเกียจึงมุ่งพัฒนาออกแบบสมาร์ทโฟน บนพื้นฐานคอนเซ็ปต์ Love it รักเลย / Trust it ไว้ใจได้ / Keep it ทนทาน ในโทรศัพท์ทุกเซ็กเม้นต์ ด้วยราคาสบายกระเป๋าสำหรับคนไทย ขานรับความต้องการทุกรูปแบบการใช้งาน
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังโนเกียยังคงมุ่งมั่นพัฒนา และออกแบบโทรศัพท์มือถือที่เน้นความต้องการผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าเปิดตัวสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาดให้ครอบคลุมตลาดทุกเซ็กเม้นต์ ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้นและเสนอโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกเซ็กเม้นต์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์โทรศัพท์ในใจผู้บริโภคทุกกลุ่ม ที่มาพร้อมความชื่นชอบ ไว้วางใจ และใช้งานได้นานคุ้มค่า ในราคาที่จับต้องได้ในทุกช่วงเวลา
พบกับโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทโฟนได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายโนเกียทั่วประเทศ บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ และ ร้าน TG FONE (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) รวมทั้งช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee และ JD Central สามารถติดตามข่าวสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโนเกีย ได้ที่ https://www.nokia.com/phones/th_th