ที่สำคัญ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ยังมีระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบเครื่อง อาทิ ระบบช่วยเบรกแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา (Blind Spot Assist) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นในจุดอับสายตา ช่วยสร้างความมั่นใจ และมีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อต้องเปลี่ยนช่องจราจร
“เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังให้ความสนใจและถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คือเรื่องของจำนวนของสถานีชาร์จไฟที่ต้องมีมากพอเพื่อการรองรับจำนวนรถไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือควรมีระบบชาร์จไฟฟ้าพื้นฐานที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย หรือการติดตั้งระบบชาร์จไฟไว้ที่บ้านโดยตรงและสามารถชาร์จไฟได้อย่างยืดหยุ่นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”
โดยรถยนต์ระบบ Plug-in Hybrid ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะมีระบบดิจิทัลในรถยนต์ที่จะช่วยวางแผนจุดพักชาร์จรถที่เป็นไปได้ ด้วยระบบนำทางพร้อม Electric Intelligence และการแสดงผลระยะทางที่รถวิ่งต่อไปได้ โดยไม่ใช้ พลังงานเพิ่ม ระบบวางแผนการเดินทางจะจัดการทุกอย่างแทบทั้งหมดด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ที่ผ่านมาจึงไม่ได้มีเพียงรุ่น Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive เท่านั้น ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ นำเสนอออกมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย แต่หากย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปี 2021 จะเห็นว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เริ่มทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์พรีเมียมแบบ 7 ที่นั่ง รุ่นประกอบในประเทศ Mercedes-Benz The new E-Class เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉียว และ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงดีไซน์สปอร์ต
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive และเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ