CPL เผยผลประกอบการไตรมาส 2 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.34% ขณะที่งวด 6 เดือนกำไรสุทธิโต 128% ผลจากรายได้ทั้ง 3 ธุรกิจเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ธุรกิจรับฟอกหนัง และธุรกิจเซฟตี้โปรดักส์ ขณะที่การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลุ้นครึ่งหลังออเดอร์โรงฟอกหนังค่อยๆ ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก แย้มความคืบหน้าธุรกิจโฮลดิ้งส์ เล็งลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงต่อยอดศาสตร์แพทย์แผนไทย มั่นใจออกสตาร์ทได้ภายในปีนี้ ภายใต้งบลงทุนเฟสแรก 50 ล้านบาท
ภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.34% จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 23 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.57% จากระยะเวลาเดียวของปี 2563 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท โดยการเติบโตของกำไรสุทธิทั้งในไตรมาสที่ 2 และ 6 เดือนแรกของปีนี้ นอกจากจะมาจากการค่อยๆ ฟื้นตัวของรายได้ 3 ธุรกิจหลักแล้ว ยังมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย
ทั้งนี้ CPL ประกอบธุรกิจ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 61% ธุรกิจรับฟอกหนัง ซึ่งแบ่งเป็นการฟอกหนังวัวและการฟอกหนังหมู คิดเป็นสัดส่วน 3% ของรายได้รวม และธุรกิจการผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” (Pangolin) คิดเป็นสัดส่วน 36% ของรายได้รวม
“ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ในไตรมาสที่ 2 มีรายได้ 312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% จากปีก่อน ขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้ 577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.70% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ลูกค้าสั่งซื้อหนังสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยอดขายยังไม่ได้เติบโตอย่างเต็มที่และยังมีความไม่แน่นอนในตลาด ทำให้ในไตรมาสนี้ เรายังดำเนินนโยบายควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพในสายงานผลิต อย่างเคร่งครัด ทำให้ภาพรวมดูดีขึ้น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าว
ทางด้านธุรกิจการฟอกหนัง ในส่วนของการฟอกหนังวัว ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ลูกค้ายังชะลอการนำเข้า เนื่องจากวิกฤติโควิด-19 ขณะที่การรับฟอกหนังหมูมีทิศทางที่ดี เนื่องจากมีการฟอกส่งไปยังประเทศจีนมากขึ้น โดยในไตรมาสนี้สามารถทำยอดได้สูงกว่างบประมาณที่วางไว้ แต่ยังคงต้องเฝ้าจับตาสถานการณ์ในระยะยาวอย่างใกล้ชิด โดยในไตรมาสที่ 2 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจฟอกหนัง 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.50% และในงวด 6 เดือนแรก มีรายได้ 82 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 13.68% อย่างไรก็ตาม จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจฟอกหนังในไตรมาสที่ 2 ที่ 26 ล้านบาทและงวด 6 เดือนที่ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 225% และ 66.67% ตามลำดับ