BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
20,511
VIEWS

SEAC Learning center – ศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหาระดับสูงแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน

ธ.ค. 14, 2560

ปัจจุบัน องค์กรขนาดใหญ่ และองค์กรที่กำลังเติบโต ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะบุคลากรระดับผู้นำ และหนึ่งในศูนย์พัฒนาผู้นำ และผู้บริหารระดับสูง ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ย่อมต้องมีชื่อของ “เอสอีเอซี” หรือ South East Asia Center (SEAC) ที่ในวันนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นองค์กรชั้นนำระดับอาเซียน อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา และขับเคลื่อนองค์กรในประเทศไทยให้มีศักยภาพเชิงการแข่งขัน จนสามารถก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแถวหน้าในระดับโลกได้สำเร็จมาแล้วหลายราย

“อริญญา เถลิงศรี” กรรมการผู้จัดการ เอสอีเอซี (SEAC) คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว ซึ่งนับเป็นผู้บริหารหญิงระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่มีประสบการณ์จากการเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร และบุคลากรมาตลอด 25 ปี โดยก่อนหน้านี้ดำเนินงานในชื่อของ บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด (APM Group) ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 และปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อองค์กรเป็น “South East Asia Center (SEAC)” หรือ “เอสอีเอซี” เพื่อให้สามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ในภาพรวมต่อสังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังการประกาศวิสัยทัศน์เพื่อมุ่งต่อยอดสู่เวทีระดับภูมิภาคอาเซียน

วันนี้ SEAC ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจน ว่าจะดำเนินธุรกิจบนแนวทางของ APM Group ไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีภารกิจสำคัญในการเป็นที่ปรึกษา และเป็นผู้นำด้านการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการพัฒนาผู้นำองค์กร และผู้บริหารระดับสูง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำ และช่วยผลักดันให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ครั้งนี้ทางทีมงาน BrandAge Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารหญิงคนเก่งท่านนี้ในหลากหลายแง่มุม ทั้งเรื่องวิสัยทัศน์ และทิศทางธุรกิจที่กำลังจะมุ่งไป ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสมควรค่าแก่การนำมาถ่ายทอดเป็นอย่างยิ่ง

 

Q: วางวิสัยทัศน์ของ SEAC ไว้อย่างไร

 A: เรามองว่า SEAC เปรียบเสมือนศูนย์รวมผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำในอาเซียน ที่ล้วนมีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นต่อการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกัน SEAC ก็มีบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนาองค์กร และทรัพยากรมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ซึ่งเรากำหนดเป้าหมายสูงสุดไว้ที่เรื่องของการประสานให้ผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงได้มาศึกษาเรียนรู้อย่างใกล้ชิดกับนักคิดทางธุรกิจ และจากผู้เชี่ยวชาญที่มาจากหลากหลายสถาบันระดับโลก ผ่านโปรแกรมการเรียนการสอนของ SEAC เพื่อนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถ และความรู้ความเข้าใจเชิงลึกในการที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญ และสอดคล้องกับบริบทในธุรกิจของแต่ละองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน และส่งผลต่อความสำเร็จท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงของโลกธุรกิจยุคใหม่

Q: มุมมองที่มีต่อการ Transform องค์กรไปสู่ระดับภูมิภาคในครั้งนี้

A: สำหรับการ Transform องค์กรในครั้งนี้ว่า เป็นแผนงานที่เราเตรียมการมานานกว่า 3 ปี วัตถุประสงค์หลักเพื่อขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคเอเชีย และเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อมาช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของการสร้างโปรแกรมเพื่อพัฒนาผู้นำ ที่วันนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิด และเปลี่ยนรูปแบบ หรือวิธีการในการพัฒนาผู้นำขึ้นใหม่

เพราะก่อนหน้านี้ APM Group เน้นการสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อให้คนไทยมีพัฒนาการในมุมที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ ซึ่งในยุคก่อนยังไม่ค่อยมีธุรกิจการฝึกอบรมที่เป็นรูปธรรม และสามารถทำให้คนไทยเก่งขึ้นได้อย่างชัดเจน พอมาถึงจุดหนึ่งเราเริ่มมองถึงเป้าหมายที่วางไว้ว่าคงเป็นไปได้ยากหากใช้เพียงแค่พละกำลังของตัวเอง จึงคิดว่าต้อง Transform ตัวเองไปสู่ระดับเซาท์อีสเอเชีย และมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีจุดแข็งในเรื่องที่เรายังขาด เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งเราไม่ได้มองภาพแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการสร้างผู้นำไทยให้ก้าวสู่อาเซียน และสามารถทำให้ผู้นำไทย และผู้นำอาเซียนเติบโตคู่กันในระดับโลกได้

Q: Positioning ของ SEAC หลังการ Transform จะเปลี่ยนไปอย่างไร

A: การ Transform องค์กร ทำให้ Positioning ของ SEAC เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการได้องค์กรด้านการศึกษาชั้นนำของโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มาเป็นพันธมิตรเพื่อสร้างโปรแกรมการพัฒนาผู้นำร่วมกัน และทำให้ SEAC ต้องมีการปรับตัวเองอย่างมากด้วยเช่นกัน เพราะถ้าวันนี้กลยุทธ์ของเราไม่ชัด เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่รอดในธุรกิจนี้ต่อไปได้ ดังนั้นเราจึงเดินหน้าทำใน 2 เรื่องหลักๆ คือ

หนึ่ง การรักษาจุดยืนในเรื่องของการทำ Leadership Development แต่การสร้างผู้นำในมุมมองของเรา ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้นำควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร และสิ่งแรกที่เราต้องทำคือโยนทิ้งภาพเดิมๆ ว่า เราเคยสร้างผู้นำมาอย่างไร คือ ต้อง Disrupt ตัวเอง ต้อง Transform ตัวเองก่อน

สอง เรายังโฟกัสในเรื่องของ Innovation Capability จึงเน้นสร้างพันธมิตรระดับเวิลด์คลาสเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การเซ็นสัญญาความร่วมมือ The Arbinger Institute หรือกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อนำคอนเทนท์ของเขามาประยุกต์ใช้กับลูกค้าของเรา ซึ่งก่อนหน้านี้เราอาจทำแค่เรื่องการเทรนนิ่ง แต่ตอนนี้เราขยับไปสู่เรื่องของ Lifelong Learning  ที่ไม่ใช่แค่การสร้างหลักสูตร และนำผู้บริหารไปอยู่ในหลักสูตร 2-3 วัน แล้วจบ เราสร้างโปรแกรมที่ใส่ข้อมูลขนาดพอดีคำแต่มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจทักษะในการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

Q: วันนี้อะไรคือ “จุดขายสำคัญ” ของ SEAC ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น

A: ปัจจุบัน SEAC ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง เพื่อจัดทำโปรแกรมการพัฒนาผู้นำ เช่น การร่วมมือกับ Stanford Center for Professional Development มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และการร่วมมือกับ The Arbinger Institute รวมถึงการร่วมมือกับ Erickson Coaching International ทำให้ SEAC ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่เป็นองค์กรชั้นนำมากมายอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์  ธนาคารไทยพาณิชย์ ปูนซิเมนต์ไทย และไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล               

วันนี้เราเหมือนเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของหลากหลายองค์กร เพื่อทำให้เขาสามารถรักษาความเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรมของเขาได้ ด้วยการนำเสนอเครื่องมือ หรือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดผ่านโปรแกรมการสอนที่ถูกออกแบบมาให้มีความเหมาะสมกับผู้นำในแต่ละระดับ และเป็นไปตามบริบทของแต่ละองค์กร โดยโปรแกรมของ SEAC จะเน้นในด้านแนวทางการดำเนินธุรกิจ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ อีกทั้งยังปลูกฝังให้ผู้เรียนเข้าถึงการพัฒนา และการเรียนรู้ตลอดชีพอย่างถึงแก่น พร้อมช่วยสร้างความก้าวหน้าของการเป็นผู้นำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q: จุดแข็งของ SEAC มีในเรื่องใดบ้าง

A: SEAC พยายามทำให้องค์กรต่างๆ สลัดทิ้งวิธีคิดแบบเดิมๆ ด้วยการหลีกหนีจากการเรียนรูปแบบเก่าที่ยึดติดทฤษฎี แล้วหันมาเรียนรู้ในรูปแบบที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว กล้าลองผิดลองถูก และใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาด หรือผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติของโลกธุรกิจในปัจจุบัน

เราเริ่มสร้างจุดแข็งด้วยการตัดในเรื่องที่ไม่ถนัดออกไป ดังนั้นเรื่องไหนที่เราไม่ถนัดที่จะทำเราได้ยกเลิกการให้บริการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของเราอย่างหนึ่ง เพราะเราจะไม่ทำในสิ่งที่เราคิดว่า เราแค่พอทำได้ และวันนี้เรายังมีจุดแข็งจากการสร้างพันธมิตรระดับเวิลด์คลาส เราสอบผ่านข้อกำหนด และสามารถยกระดับขีดความสามารถของคนในองค์กรได้ตามมาตรฐานที่เขากำหนดไว้ อีกเรื่องที่สำคัญ คือ เราสามารถนำเครื่องมือ และวิธีการของพาร์ทเนอร์ของเรามาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับลูกค้าในตลาดของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Q: นโยบายธุรกิจ และการรุกตลาดในปีนี้จะโฟกัสที่เรื่องใดเป็นหลัก

A: ปีนี้เราจะโฟกัสการทำตลาดใน 2 โปรแกรมหลัก คือ Leading in the Disruptive World (LDW) และ Leading Disruptive Innovation with DESIGN THINKING

ในส่วนของโปรแกรม Leading in the Disruptive World (LDW) เป็นโปรแกรมที่เราทำร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เราอยากให้ผู้นำในองค์กร หรือเจ้าของธุรกิจเริ่มเห็นภาพชัดๆ ก่อนว่าโลกในวันนี้เปลี่ยนไปขนาดไหน โดยพาผู้บริหารเดินทางไปที่นั่นหนึ่งสัปดาห์ มีการเตรียมตัวก่อนเดินทาง และในระหว่างที่อยู่ที่นั่นเราก็ช่วยย่อยข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ผู้บริหารซึมซับความรู้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อกลับมาแล้วก็ยังคงเพิ่มเติมข้อมูลให้ต่อ เราอยากให้เขาเห็นว่า ทักษะในการนำในวันนี้ ไม่เหมือนเดิมแล้ว และต้องหาวิธีการนำองค์กรแบบใหม่กันแล้ว

ส่วน Leading Disruptive Innovation with DESIGN THINKING เป็นโปรแกรมที่เราทำกับสแตนฟอร์ด  เราอยากเน้นเพราะในอดีตเคยเข้าใจว่า การจะสร้างนวัตกรรมในองค์กรเราจำเป็นต้องหาคนเก่งๆ มานำในเรื่องการหาอะไรใหม่ๆ แต่ก็ใช่ว่าทุกองค์กรจะเจอคนที่มีความสามารถพิเศษ เพราะคนเก่งมากไม่ได้มีอยู่ทั่วไป และก็ไม่ว่าจะสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ ทาง SEAC จึงได้สร้างกระบวนการทางความคิดของ Design Thinking เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าและบริการ การจัดการ การคิด หรือการนำองค์กรแบบใหม่ ก็นำเรื่อง Design Thinking มาใช้ได้

Q: มีมุมมองต่อพัฒนาการของธุรกิจการพัฒนาผู้นำในประเทศไทยอย่างไรบ้าง

A: ที่ผ่านมาองค์กรใหญ่ๆ มักให้ความสำคัญในเรื่องของพัฒนาการของโปรแกรมการพัฒนาผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการที่ไปได้ไกลกว่าหลายๆ ประเทศในแถบอาเซียนเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้ามองธุรกิจในกลุ่มเอสเอ็มอี หรือธุรกิจครอบครัว ตรงนี้ยังขาดพัฒนาการในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ขณะที่เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มนี้

ภาพของประเทศไทยจึงมองเห็นกลุ่มที่กำลังเดินไปข้างหน้าไกลมากๆ กับกลุ่มที่ยังขาดการพัฒนาที่ถูกต้อง ดังนั้นเป้าหมาย คือ เราอยากทำตรงนี้ให้เกิดการยกระดับไปพร้อมๆ กัน เราจึงวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า เราจะเป็นผู้จุดประกาย และสร้างศักยภาพให้องค์กรในภูมิภาคอาเซียนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่ดีได้ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ เพราะวันนี้ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ เรื่องการเงินไม่ใช่ประเด็นหลักเพราะการหาเงินทุนง่ายขึ้นกว่าในอดีตค่อนข้างมาก ดังนั้นถ้าเรามีผู้นำที่ดีจำนวนมากขึ้น และสามารถสร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาได้ ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้เติบโตขึ้นได้

Q: หัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้นำองค์กรคืออะไร

A: หัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้นำองค์กร คือ การสร้างภาวการณ์เป็นผู้นำให้เกิดขึ้นทีละเล็กละน้อยอย่างต่อเนื่อง เพราะการพัฒนาผู้นำไม่ใช่เพียงแค่การส่งคนไปเข้าโปรแกรมการอบรม 3 วัน 5 วัน แล้วจะได้ผู้นำที่แข็งแกร่งเดินออกมาจากห้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และสิ่งที่ SEAC พยายามทำ คือ การป้อนความรู้ในขนาดพอดี และเป็นคำๆ เพื่อให้ผู้บริหารย่อยได้ และส่งต่อเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการซึมซับกับเรื่องของการนำในยุคใหม่ แล้วความเป็นผู้นำจะค่อยๆ เกิดขึ้น อินโนเวชั่นจะค่อยๆ เกิดขึ้น นั่นคือการสร้างคน คือ Passion ที่จะทำให้เขาเกิดความมั่นใจในการก้าวสู่การเป็นผู้นำขององค์กรได้สำเร็จ

การเป็นผู้นำต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือ Lead by Example ตัวผู้นำต้องไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ เพื่อทำให้ทีมงานได้เห็น และยอมโยนทิ้งในสิ่งที่เก่าที่เคยเห็นมาเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เพราะแค่การพูดว่าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เราเคยทำมาอย่างไร เด็กๆ ก็จะมองไม่เห็นภาพ ไม่เหมือนการที่เราเริ่มลงมือทำใหม่ในวันนี้ ตรงนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับตัวเองเช่นกัน ไม่ต้องพูดเยอะแต่ทำให้เขาเห็นการกระทำของเราเป็นตัวอย่าง และทำตามได้

Q: หลังจากนี้อะไรจะเป็น Big Challenge ของ SEAC

A: ความท้าทาย ที่เป็นเหมือนการบ้านชิ้นสำคัญของเรา คือจะทำอย่างไรให้คนที่เป็นผู้นำระดับสูงได้มองเห็นความสำคัญของเรื่องเหล่านั้นก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะคนที่ Execute ได้ดีจะเห็นทั้ง 2 ภาพว่า Leading in the Disruptive World เป็นอย่างไร และเข้าใจว่า Design Thinking จะเข้ามาช่วยแบบไหน เมื่อเข้าใจแล้วจึงจะเริ่มให้ฝ่ายปฏิบัติการทำในเรื่องของ Design Thinking ได้อย่างถูกต้อง

ความท้าทายจึงอยู่ตรงที่ว่า เราจะทำอย่างไรให้ผู้บริหารระดับเบอร์ 1 หรือ 2 ขององค์กร ได้มองเห็นภาพเหล่านี้ก่อน เพราะการจะผลักดันสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร ต้องเริ่มต้นจากคนที่เป็นผู้นำ โดยจะไม่มองว่าผู้บริหารเหล่านั้นมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญคือการปรับวิธีการมอง เลนส์ต้องถูกปรับ เราไม่ได้เชิญซีอีโอมาเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะ แต่อยากให้ท่านเหล่านั้นเปลี่ยนเลนส์ในการมอง เพราะถ้าไม่เปลี่ยนก็จะยังทำงานแบบเดิม ดังนั้นระดับซีอีโอต้องมาเรียนรู้ก่อนเพื่อทำให้เห็นมุมมองใหม่ในการนำองค์กรยุคใหม่ที่ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานเปลี่ยนไป แต่นโยบายการบริหารงาน หรือการทำงานอย่างเป็นเรื่องเก่าที่เราใช้มานานนับ 100 ปี ทุกอย่างมาจากเฟรมของโลกเก่า

เพราะเมื่อซีอีโอเปลี่ยนเลนส์ เปลี่ยน Mindset เรื่องที่เหลือก็จะง่ายมากขึ้น แต่ถ้าระดับสูงสุดขององค์กรไม่ Disrupt ตัวเอง ไม่นำให้คนในองค์กร Disrupt เพื่อรอรับมือกับความเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะโลกกำลังเปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์ของคนในทุกเจนเนอเรชั่นกำลังเปลี่ยนไป ผู้นำยุคใหม่ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมอง

Q: วางเป้าหมายของ SEAC ไว้อย่างไรบ้าง

A: ความจริงยังมีอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญ คือ เมื่อ SEAC ก้าวข้ามการ Transformation ไปสู่ระดับภูมิภาคกับการมีพันธมิตรมีความแข็งแกร่งระดับโลก นั่นคือการนำพาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรที่ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และไม่ใช่การเรียนรู้ในแบบเดิม แต่ต้องหาวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ทุกคนกำลังเดินไปข้างหน้าแต่เราต้องวิ่ง เพราะเรามีพาร์ทเนอร์ที่ดี และมีพัฒนาการที่รวดเร็ว เมื่อเราต้องการนำสิ่งดีๆ มาให้กับลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทย และอาเซียน เราก็ต้องวิ่งตามให้ทัน รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่จะทำให้คนในองค์กรเกิดความกระหายที่จะเรียนรู้ ถ้าเราไม่กระหายที่จะเรียนรู้พาร์ทเนอร์อาจไม่ต้องการเรา วันนี้ที่เขาเลือกเราเพราะเห็นว่าเรามีตรงนี้ เราใช้เวลาไปกับการเตรียมการในเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการเตรียมตัวบุคลากรค่อนข้างมาก เรามีระบบรองรับในเรื่องเหล่านี้ ทั้งเรื่องการสร้างคน การสื่อสาร และการรับรู้

Q: ในมุมมองของ “ผู้นำหญิง” กับการนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน

A: จะเป็นผู้หญิงแต่ก็สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้เช่นกัน เพราะการเป็นผู้บริหารผู้หญิงมีก็มีข้อดีหลายประการ เช่น มีความละเอียดอ่อนมากกว่าผู้ชาย แต่หลักการทำงานของตนก็จะละเอียดอ่อน และลงลึกในบางเรื่องเท่านั่น เพื่อไม่ทำให้องค์กรดูน่าเบื่อ ซึ่งการที่ผู้หญิงเป็นผู้นำน่าจะมีข้อได้เปรียบมากกว่าผู้ชายในเรื่องความใจเย็น นิ่ง และมีสติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

การสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องรู้จักตัวเองว่า มีจุดเด่นจุดด้อยในเรื่องใดบ้าง และจะทำอย่างไรที่จะสามารถปิดจุดอ่อนให้ได้ และมองหาจุดแข็งมาเติมเต็มเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ เราก็จะสามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน 

Experiential Learning

กับสุดยอด 3 โปรแกรมเด่น

SEAC ได้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงแห่งแรก ในกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 4,550 ตารางเมตร จำนวน 3 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารเอฟวายไอ ที่ถูกออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานตามมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มีการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นห้องเรียนรู้อย่างครบวงจร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และยังมีพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกันของผู้นำองค์กรต่างๆ และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมที่รองรับผู้คนได้มากถึง 180 คน

โดย SEAC มีการดำเนินธุรกิจใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจการพัฒนาสร้างผู้นำ และผู้บริหารระดับสูง ธุรกิจการวิจัยทางวิชาการที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และธุรกิจการให้เช่าสถานที่เพื่อการประชุมสัมมนา และในส่วนของโปรแกรมการเรียนการสอนของ SEAC ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้นำและผู้บริหารองค์กร และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมี 3 โปรแกรม ดังนี้

1. Leading in a Disruptive World (LDW)

โปรแกรมเจาะลึกด้านนวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง โดย SEAC นำเสนอร่วมกับ Stanford Center for Professional Development (SCPD) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อให้ผู้นำองค์กรเข้าถึงแก่นการเรียนรู้ และสามารถค้นพบแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง ผ่านการลองผิดลองถูก กล้าเรียนรู้จากความล้มเหลว พร้อมพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำ และแนวทางในการคาดการณ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ

LDW เป็นโปรแกรมที่เน้นแค่เรื่องทฤษฎี แต่มุ่งเน้นให้เกิดการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในบริบทจริงขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้บริหารจะมีโอกาสได้เรียนรู้กับศาสตราจารย์ของสแตนฟอร์ด และเดินทางไปศึกษาดูงานที่ซิลิคอนแวลลีย์ สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้วิธีคิด มุมมอง เชื่อมโยงจากประสบการณ์ขององค์กรชั้นนำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในเกมธุรกิจได้ เป็นการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างการสะท้อนแนวคิดของธุรกิจต่างๆ การเปิดโลกทัศน์จากการไปดูงานจริง การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้บริหารระดับสูงด้วยกัน การย่อยการเรียนรู้สู่บริบทในองค์กรไทยและอาเซียน และกิจกรรมต่อเนื่องหลังโครงการ ทำให้สิ่งที่ได้รับจากโครงการเป็นแนวคิดที่จับต้องได้ และมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน LDW เปิดสอนมาแล้ว 2 รุ่น และได้รับการตอบรับจากผู้นำองค์กรชั้นนำในเมืองไทยมากมาย อาทิ นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) คุณพิมพ์ใจ หวังเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาองค์กร บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด คุณวิบูลย์ ตวงสิทธิสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท นันยาง เท็กซ์ไทล์ และคุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด (BBQ Plaza) เป็นต้น

2. Leading Disruptive Innovation with DESIGN THINKING

โปรแกรมพัฒนานวัตกรรมล้ำสมัยด้วยการคิดเชิงออกแบบที่ SEAC และ Stanford Center for Professional Development (SCPD) ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ร่วมพัฒนาสำหรับผู้นำองค์กรและผู้บริหาร เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางความคิดที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค และผู้รับบริการเป็นหลัก พร้อมการเฟ้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมมาใช้ในการแก้ไขปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมลงมือ และฝึกทักษะในภาคปฏิบัติ สามารถนำเทคนิค และความรู้กลับไปประยุกต์ใช้พัฒนาองค์กรได้จริง และทันท่วงที สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และผู้รับบริการได้สูงสุด เพื่อสร้างความก้าวหน้า และความสร้างแตกต่างให้แก่องค์กร

3. Outward Mindset

โปรแกรม Outward Mindset การปรับมุมคิดด้วยการมองคนให้เป็นคน ช่วยพัฒนาผู้นำ และบุคลากรในองค์กร ให้สร้างการเปลี่ยนแปลง อันมีนัยสำคัญที่ดี ผ่านการปรับ Mindset หรือความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของการแสดงพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์ และเปรียบเสมือนเลนส์ที่มนุษย์ใช้มองโลก หากผู้นำและบุคลากรในองค์กรให้ความสำคัญ ปรับเปลี่ยนเลนส์ที่ใช้มองโลกให้มองผู้อื่นสำคัญไม่น้อยกว่าตนเอง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม และนึกถึงผลกระทบของผู้อื่นอยู่เสมอ จะทำให้องค์กรและพนักงานเข้าใจเป้าหมายของทุกฝ่าย และยินดีให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยกันปลดล็อคศักยภาพที่มีอยู่ และเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน SEAC มีลูกค้าอยู่กว่า 260 ราย ทั้งในกลุ่มภาครัฐ ธุรกิจเอกชนทั้งที่เป็นองค์กรระดับโลก องค์กรไทยระดับชาติ และธุรกิจครอบครัว และด้วยวิสัยทัศน์ใหม่กับการนำพา SEAC ไปสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน วันนี้ SEAC ก็เริ่มมีกลุ่มลูกค้าต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เช่น ประเทศเมียนมาร์ สิงคโปร์ และเวียดนาม

ที่ผ่านมา มีหลากหลายองค์กรระดับประเทศแสดงความสนใจให้ SEAC จัดโปรแกรม Outward Mindset ให้กับบุคลากรภายในองค์กรของตน อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เป็นต้น 

ถอดบทเรียน 3 ผู้บริหารไทย ที่ “กล้าขบถ ขนบเดิม” ต่อจิ๊กซอว์ความรู้สู่การปรับใช้จริง จากหลักสูตร Leading in a Disruptive World จาก SEAC

ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ Seachange® เข้มข้น ประกาศดันจัดหาปลาทูน่าแบบยั่งยืนในวันทูน่าโลก

SEAC จัดเวิร์คช็อปโครงการ IWA เติมพลังผู้หญิงทำงาน ดึง ริก้า-ดีล่า และ ปืน-สธน อัพสกิลทักษะด้านบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงให้เป๊ะปังในแบบฉบับของตัวเอง

SEAC ชวน 3 ศิลปินสุดป็อปแห่งโลกโซเชียล “SOMMARKZ”, “Tum Ulit” และ “Katanyu” จับเข่าคุย “รักตัวเอง” คือรักแบบไหน แล้วรักไปทำไม?

จัดเวิร์คช็อปเอ็กซ์คลูซีฟ IWA by SEAC สัปดาห์ที่ 2 ผนึก “คริส หอวัง” และ “ชัย ปิลันธน์” ร่วมแชร์เคล็ด (ไม่) ลับ

YourNextU School of Life ศูนย์รวมวิชาชีวิต ทำไมคนเราต้องมี Soft skills

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact