จุดแข็งเรื่องฟังก์ชั่นดีไซน์
ประมาณ 3 – 4 ปี ก่อนหน้านี้ WORKMAN มีการปรับตัวเพื่อตอบรับกับความถดถอยทางธุรกิจ หลังจากพบว่า ผลประกอบการค่อนข้างทรงตัว และไม่ค่อยเติบโตมานานกว่า 5 ปีแล้ว เนื่องจากจำนวนช่างในประเทศญี่ปุ่นลดลงจาก โรงงานที่ปิดตัวลงเพราะมีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศจีน และเวียดนาม
ในช่วงปี 2018 WORKMAN เริ่มสร้างทางออกให้กับการเติบโตด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจออกไปในแนวกว้าง เพราะมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ของ WORKMAN ด้วยจุดแข็ง ในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานตามสไตล์ช่าง และสามารถนำไปประยุกต์ด้านการใช้งานได้เป็นอย่างดี
ย้อนกลับไปในปี 1980 ชื่อของ WORKMAN เริ่มต้นจากร้าน Craftsman's Shop Workman ในจังหวัดกุนมะ ซึ่งเป็นร้านค้าในเครือของ Iseya Co., Ltd. ก่อนจะก่อตั้งเป็น Workman Co., Ltd. ในปี 1982 พร้อมเปิดศูนย์กระจาย สินค้าในเมือง Takasaki จังหวัด Gunma และในปี 1991 ได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ขึ้นในโตเกียว
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ผู้บริโภคทั่วไปก็รู้จัก WORKMAN ในฐานะเครือข่ายร้านค้าสำหรับชุดงานช่าง รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถุงมือ รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าบูท และชุดกันฝน สำหรับคนทำงานก่อสร้าง วิศวกรรมโยธา โรงงาน ผลิต ช่างไฟฟ้า ช่างประปา งานขนส่ง โกดัง เกษตรกรรม ป่าไม้ ประมง เป็นต้น
จุดเด่นที่ถือเป็นจุดขายที่สำคัญของ WORKMAN คือ การเป็นสินค้าราคาประหยัด แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมาก มาย จึงกลายเป็นแบรนด์ยอดนิยมในกลุ่มคนงานช่าง ผลิตภัณฑ์ของ WORKMAN จึงต้องใช้งานได้จริง และมี "ความ ทนทาน" นอกจากนี้ ยังสามารถกันลม กันความเย็น กันความร้อน การระบายอากาศ และดูดซับเหงื่อได้ดี แห้งเร็ว มีความยืดหยุ่น และกันน้ำ
โดย WORKMAN ยังตั้งเป้าหมายจะเป็นร้านสะดวกซื้อสำหรับชาวช่าง ที่สามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ใน เวลาอันสั้น แม้กระทั่งระหว่างการเดินทางไปทำงานในตอนเช้า ด้วยจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกมากกว่า 1,700 รายการ โดยปัจจุบัน นอกจากการใช้งานได้จริงแล้ว ผลิตภัณฑ์ของ WORKMAN ยังถูกพัฒนาออกมาในแนวเก๋ๆ เท่ๆ มีสีสัน มีความลำลองมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เสื้อผ้างานช่างในแบบเดิมๆ อีกต่อไป