อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมพืชน้ำวูฟเฟีย (Wolffia Globosa) หรือที่มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า ‘ไข่น้ำ’ หรือ ‘ไข่ผำ’ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มวัชพืชขนาดเล็กที่มีดอก พบได้ในเขตประเทศอบอุ่น สำหรับประเทศไทยพบแพร่กระจายในทุกภาคโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตามแหล่งน้ำนิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสระน้ำหรือบ่อน้ำขนาดเล็ก นับเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของไทย เนื่องจากวูฟเฟียมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีโปรตีนสูงถึง 2 เท่าของถั่วเหลืองเมื่อทานในปริมาณแคลอรี่ที่เท่ากัน อีกทั้งมีกรดอะมิโน สารต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง มีไขมันต่ำและไฟเบอร์สูง ช่วยระบบทางเดินอาหาร ป้องกันกระดูกพรุนและยังช่วยบำรุงประสาท
ทั้งนี้ ภาครัฐเห็นโอกาสการนำพืชวูฟเฟียมาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารโปรตีนจากพืช (Plant-based Food) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในกระแสความนิยมจากผู้บริโภคที่ใส่ใจการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อดูแลสุขภาพและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของอาหาร โดยประเมินมูลค่าตลาด Plant-based Food ทั่วโลกอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐและมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐในอีก 10 ปีข้างหน้า
“เราจะสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรไทยเพาะปลูกพืชน้ำวูฟเฟีย เพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารโปรตีนจากพืช หรือ Plant-base Food รองรับเทรนด์การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก และจะช่วยสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับผลิตอาหาร Plant-base Food เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก” อลงกรณ์ กล่าว