ทั้งนี้ ตามรายงานของศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในพื้นที่เกิดน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 29 กันยายน 2564 มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้กว่า 777 คัน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นรวมเป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท โดยแยกเป็นความเสียหายมากสุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 477 คัน รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 138 คัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 74 คัน ภาคกลางและภาคตะวันตก 44 คัน ภาคเหนือ 43 คัน และภาคใต้ 1 คัน
นที กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมรับมือกับวิกฤตดังกล่าวเป็นอย่างดี ด้วยมีความเชี่ยวชาญจากการนำโมเดลการ “ปฏิบัติการ FIRST AID” มาใช้จนเป็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหัวใจหลักของระบบ First Aid อยู่ที่ความรวดเร็วในการฟื้นฟูหรือซ่อมแซม นำรถยนต์ออกจากน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ความเสียหายขยายตัวไปมากกว่าเดิม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการอบรมพัฒนาเสริมสร้างความรู้ความชำนาญให้แก่พนักงาน รวมถึงพัฒนากระบวนการทำงานของปฏิบัติการ FIRST AID อยู่ตลอดเวลา จึงเชื่อมั่นได้ว่าไม่ว่าอุทกภัยจะเกิดขึ้นที่ไหน และมีรถยนต์เสียหายจำนวนมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนที่มีอยู่ทุกทิศทั่วไทยก็สามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการสั่งการ”
อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากว่าการประสบเหตุอุทกภัยในครั้งก่อนๆ เพราะปัจจุบัน บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบบริการเคลมสินไหมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะระบบ Viriyah Smart Claim (VSC) อันเป็นการนำสมาร์ทโฟนมาผสานการทำงานร่วมกันกับแผนที่นำทาง Google Map จึงช่วยให้บริษัทฯ สามารถรู้พิกัดจากการรับแจ้งเหตุโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังช่วยบริหารจัดการการมอบหมายงานและบ่งบอกสถานะการทำงานของพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ จึงมั่นใจได้ว่าผู้เอาประกันภัยจะได้รับการบริการได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลูกค้าสัมพันธ์ 1557 ตลอด 24 ชั่วโมง